
แบงก์เกาะติดลูกค้าเอสเอ็มอีโดนค่าจ้าง
ธนาคารหวั่นรัฐตรึงราคาสินค้ายาว ซ้ำเติมลูกค้าเอสเอ็มอีอ่วม หลังต้องแบกภาระต้นทุนค่าจ้าง
ธนาคารหวั่นรัฐตรึงราคาสินค้ายาว ซ้ำเติมลูกค้าเอสเอ็มอีอ่วม หลังต้องแบกภาระต้นทุนค่าจ้าง
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรม การผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างติดตามดูลูกค้าเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค ที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการขอความร่วมมือจากรัฐบาล ให้ช่วยตรึงราคาสินค้าออก ไปอย่างน้อย 4 เดือน เนื่องจากเรื่องนี้อาจซ้ำเติมต้นทุนค่า จ้างและต้นทุนพลังงานที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับอยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่ามาตร การดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในระยะสั้นเท่านั้น
“หากเป็นมาตรการระยะสั้นธุรกิจน่าจะสามารถปรับตัวได้ เพราะการขอความร่วมมือให้ตรึงราคาสินค้าที่มีผลต่อค่าครองชีพประชาชนถือเป็นเรื่องปกติของทุกรัฐบาล แต่ในปีนี้มีปัจจัยเรื่องต้นทุนค่าจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นหากเป็นมาตรการระยะยาวก็คงต้องจับตาดูเหมือนกัน ว่าจะมีการชดเชยจากรัฐบาลหรือไม่” นายเวทย์ กล่าว
นายเวทย์ กล่าวว่า ปัญหาสินค้าราคาแพงในขณะนี้ จำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ ทั้งภาครัฐบาล ผู้ประกอบการและประชาชน ทั้งนี้สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจริงๆ ธนาคารก็พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง ทั้งการให้วงเงินหมุนเวียนหรือผ่อนปรนเงื่อนไข
นายพัชร สมะลาภา รองกรรม การผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า มาตรการตรึงราคาสินค้าของรัฐบาลอาจทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนมากต้องแบกรับภาระที่สูงขึ้น เนื่องจากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนค่าจ้างที่ปรับขึ้นเฉลี่ย 6% ไปยังผู้บริโภคได้ ยิ่งการตรึงราคาสินค้ากินระยะเวลานานก็ยิ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายของธุรกิจ
“ขณะนี้คือกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเต็มๆ ไม่สามารถขึ้นราคาได้ ขณะผู้ประกอบการที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบกลับฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าถึง 30% รัฐบาลควรไปเข้มงวดกับกลุ่มนี้มากกว่า” นายพัชร กล่าว
นายพัชร กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบกับลูกค้าเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าจะมีพอสมควร







