
บรรจุภัณฑ์ไทยโตสุดอาเซียน
รับอานิสงส์นมรร.ช่วยเพิ่มยอดเต็ดตรา แพ้ค หวังปีนี้โต7%
รับอานิสงส์นมรร.ช่วยเพิ่มยอดเต็ดตรา แพ้ค หวังปีนี้โต7%
เต็ดตรา แพ้ค ชี้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แปรรูปไทยโตสูงสุดในเอเชียใต้และอาเซียน รับปัจจัยรัฐหนุนจากนมโรงเรียนใหญ่สุดในโลก
นายรัสตี เคคูเอวา รองประธานกลุ่มบริษัท เต็ดตรา แพ้ค ภาคพื้นเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกรรมการผู้จัดการบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดบรรจุภัณฑ์ประเทศไทย มียอดขายสูงสุดในภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน โดยทั้งภูมิภาคมียอดขายทั้งหมด 31% และมองว่าหลังจากนี้จะสามารถรักษาการเติบโตได้ในระดับสูงเช่นนี้ต่อไป
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยมียอดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคสูงสุด มาจากการสนับสนุนของรัฐบาลในอุตสาหกรรมนม ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีโครงการนมโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งล่าสุดรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณในโครงการดังกล่าวจำนวน 1,400 ล้านบาท
ขณะที่ผลประกอบการธุรกิจในไทยปี 2554 เติบโต 9.7% และคาดว่าในปี 2555 นี้ จะมีอัตราการเติบโตลดลงมาอยู่ที่ 7% เนื่องจากผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของบริษัทบางส่วนยังไม่สามารถฟื้นตัวจากสถานการณ์อุทกภัยในปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวน 20 บริษัทที่ยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ จากลูกค้าทั้งหมด 70 บริษัท ซึ่งกระจายอยู่ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจการแปรรูป คาดว่าจะฟื้นคืนทั้งหมดภายในเดือน ก.ย.นี้
ปัจจุบันภาพรวมตลาดของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยมีมูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 55-60% โดยคาดว่าอีก 35 ปีจากนี้อัตราเติบโตจะอยู่ในระดับ 58%
นายเดนนิส ยอนสัน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เต็ดตรา แพ้ค กล่าวว่า แนวทางอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในอนาคต คาดว่ามีแนวโน้มเติบโตจากปัจจัยของประชากรโลกมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางด้านเศรษฐกิจ อาทิ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน
ทั้งนี้ ในปี 2554 บริษัทมีผลประกอบการเติบโตขึ้น 5% หรือมียอดขายสุทธิอยู่ที่ 10,360 ล้านยูโร เทียบกับปี 2553 โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถรักษายอดเติบโต 5% ต่อปี ไปจนกระทั่งถึงปี 2563
รายงานผลสำรวจ “เต็ดตรา แพ้ค เดรี่ อินเด็กซ์” ระบุว่า อัตราการบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมของกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย ในตลาดประเทศกำลังพัฒนาคาดเพิ่มขึ้นจาก 7 หมื่นล้านลิตร ในปี 2554 เป็น 8 หมื่นล้านลิตร ในปี 2557 โดยมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 2,700 ล้านคน ที่จะเป็นผู้บริโภค







