
สมาคมพืชสวนฯค้านอานันท์
จัดพืชจีเอ็มโอเข้ามาตรา67 ชี้ทำเกษตรกรไทยเสียเปรียบ
โพสต์ทูเดย์
— สมาคมพืชสวนฯ โวยหน่วยงานรัฐ จัดพืชจีเอ็มโอ ต้องเข้าข่ายมาตรา 67 ต้องทำประชาพิจารณ์ หวั่นทำเกษตรกรเสียโอกาสนายอนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมพืชสวนฯ ไม่เห็นด้วยกับการที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน เพื่อแก้ไขปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้กำหนดประเภท หรือโครงการหรือกิจกรรมเกี่ยวกับการทำเกษตรกรรมเชิงการค้าเกี่ยวกับวัตถุดิบการผลิตอาหารที่เกี่ยวเนื่องกับ GMO (Genetically Modified Organism) ให้อยู่ในประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ
ทั้งนี้ เพราะจะเป็นการปิดกั้นโอกาสและทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในประเทศอย่างแน่นอน ทั้งที่มีกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพกำกับอยู่แล้ว ซึ่งในวันที่ 17 มี.ค.นี้ จะเป็นตัวแทนแสดงความเห็นในเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาสมาคมพืชสวนฯ ไม่ทราบประเด็นนี้มาก่อน
“
แม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีการปลูกพืช GMO เพราะต้องรอผ่านร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพสมัยใหม่ (Bio Safety) ก่อน ซึ่งในอนาคตเราสามารถพัฒนาต่อยอดปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์นี้ได้ ซึ่งในต่างประเทศมีการส่งเสริมการเพาะปลูกพืชตัดแต่งพันธุกรรมแล้ว นับเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรในประเทศ” นายอนันต์ กล่าวนอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโควตาการนำเข้าพืช GMO บางชนิด เช่น ถั่วเหลือง แต่ไทยกลับมีการจัดประเภทการปลูกพืช GMO อยู่ในประเภทกิจการที่รุนแรง โดยหน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการออกกฎหมายนี้อาจไม่ได้ศึกษาข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้องของกระบวนการผลิตพืช GMO ว่าเข้าข่ายเป็นกิจการที่รุนแรงอย่างไร หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกษตรกรจะปลูกพืช GMO 5 ไร่ 10 ไร่ ต้องทำการศึกษาผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องน่าหัวเราะ
อย่างไรก็ตาม หากมีการออกกฎหมายนี้ คาดว่าจะต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรที่มองเห็นถึงประโยชน์มากกว่าผลกระทบ เพราะในเรื่องดังกล่าวได้มีการศึกษามาอย่างยาวนานแล้วทั้งในทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติ ซึ่งการปลูกพืช GMO หรือที่เรียกว่า พืชดัดแปลงพันธุกรรมนี้ต้องเข้าใจว่าจะต้องผ่านขั้นตอนการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการก่อมลพิษ เริ่มตั้งแต่กระบวนการไบโอเซฟตี การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ และการประเมินความเสี่ยง ซึ่งเป็นกระบวนการทางชีวภาพไม่ใช้สารเคมี แต่การนำเข้าบัญชีประเภทกิจการรุนแรงนั้นเป็นเรื่องของภาคอุตสาหกรรมและโรงงานมากกว่า ที่ต้องมีการประเมินผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมทางด้านมลพิษ กลิ่น เสียง ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกันและไม่จำเป็นต้องกำหนดให้อยู่ในบัญชีโครงการหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง







