
อินทรประกันขาดทุนอ่วม30ล.
ไตรมาสแรกฟื้นตัวยังไม่ได้ ด้านสินมั่นคงกำไร163ล้าน
ไตรมาสแรกฟื้นตัวยังไม่ได้ ด้านสินมั่นคงกำไร163ล้าน
อินทรประกันภัย ยังไม่ฟื้นตัว ไตรมาสแรกขาดทุนเฉียด 30 ล้านบาท ตั้งสำรองจ่ายสินไหมน้ำท่วมเพิ่ม
นายสุชาติ ไตรศิริเวทวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อินทรประกันภัย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกที่ผ่านมาว่า บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 29.54 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.75 ล้านบาท
สำหรับสาเหตุสำคัญเกิดจากการขาดทุนจากการรับประกันภัย ซึ่งเปรียบเทียบรายการที่สำคัญ คือมีผลขาดทุนจากการรับประกันภัย 34.95 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสแรกปีก่อนที่มีกำไรจากการรับประกันภัย 3.14 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการรับประกันภัยมีจำนวน 102.74 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 4.38 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากเป็น 137.69 ล้านบาท จึงเท่ากับเพิ่มขึ้น 33.71 ล้านบาท หรือ 32.42%
ทั้งนี้ ประกอบด้วยค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการจัดการค่าสินไหมทดแทน 52.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.59 ล้านบาท เพราะได้มีการบันทึกค่าสินไหมทดแทนจากภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมในส่วนที่บริษัทรับผิดชอบเองอีก 7.33 ล้านบาท ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ 43.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.66 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่น 24.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.71 ล้านบาท ทั้งสองรายการนี้เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับทั้งสิ้นจาก 157.67 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีก่อนเป็น 237.64 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้
สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีจำนวน 16.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.51 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาก จึงทำให้ไตรมาสแรกปีนี้ขาดทุนจากการรับประกันภัย 34.95 ล้านบาท ขณะที่รายได้และกำไรจากการลงทุนมีจำนวน 6.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.68 ล้านบาท เป็นดอกเบี้ยและเงินปันผลรับ 6.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.59 ล้านบาท และกำไรจากเงินลงทุน 0.56 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 0.09 ล้านบาท
นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย กล่าวว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 163 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 151 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้จากการรับประกันภัย 1,688 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย 1,525 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีนี้ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานรอบปี 2554 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 9 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 180 ล้านบาท โดยได้จ่ายเงินปันผลไปเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา







