
บอร์ดกสทฯไล่เช็กบิลเอฟทีทีเอกซ์
เหตุทำสูญรายได้พันล้านต่อปี แถมโครงการไม่ผ่านมติครม.
เหตุทำสูญรายได้พันล้านต่อปี แถมโครงการไม่ผ่านมติครม.
บอร์ด กสทฯ ไล่เช็กบิลโครงการเอฟทีทีเอกซ์ ทำ กสทฯ สูญรายได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการ หรือบอร์ด มีนโยบายให้สะสางโครงการเก่าสมัยที่นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ดำเนินการไว้ คือ การเซ็นสัญญาเช่าโครงข่ายพร้อมอุปกรณ์เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ หรือเอฟทีทีเอกซ์ กว่า 10 สัญญา ระยะเวลา 5-7 ปี รวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวไม่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะบางสัญญาเข้าข่ายต้องผ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน แต่กลับไม่ได้ผ่านขั้นตอน และพบว่าโครงการดังกล่าวทำให้ กสทฯ ต้องสูญเสียรายได้จากค่าเช่าปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
สำหรับสัญญาดังกล่าวทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้รับเอกสารข้อมูลว่า โครงการดังกล่าวจัดทำสัญญาที่ไม่มีการเปิดประมูลแต่ประการใด เป็นเพียงการตกลงราคาเฉพาะรายเท่านั้น และมีการดำเนินการที่ขัดต่อระเบียบแบบแผนที่ กสทฯ กำหนด ซึ่งสะท้อนถึงการกระทำที่ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้านบริหารจัดการ และทำให้รัฐต้องเสียหายจากการลงทุน
ก่อนหน้านี้ นายจิรายุทธ ได้เคยชี้แจงในเรื่องนี้ว่า โครงการนี้ดำเนินการถูกต้องตามหลักการทุกอย่าง เพราะตามอำนาจหน้าที่สามารถอนุมัติการลงทุน 20 ล้านบาทต่อสัญญาต่อเดือน หรือ 240 ล้านบาทต่อสัญญาหนึ่งใน 1 ปี และยืนยันว่าสัญญาต่างๆ นั้นมีการตรวจสอบจากฝ่ายกฎหมายทั้งหมด รวมทั้งได้ผ่านการพิจารณาของบอร์ดแล้ว ทั้งที่ในทางปฏิบัตินั้นฝ่ายบริหารมีอำนาจดำเนินการได้เลยโดยไม่ต้องเสนอบอร์ดแต่อย่างใด
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า สัญญาทรู 3จี และโครงการเอฟทีทีเอกซ์ ถือเป็น 2 โครงการเร่งด่วนที่บอร์ดต้องการให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุด เนื่องจากพบความไม่ถูกต้องในการดำเนินการ ซึ่งในส่วนสัญญาทรูนั้นได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความทั้งหมด ขณะที่เรื่องเอฟทีทีเอกซ์จะเข้ามาตรวจสอบ และอาจส่งผลถึงการยกเลิกสัญญาที่ทำให้ กสทฯ เสียเปรียบ ทั้งที่จุดประสงค์ของโครงการนี้ คือ เพื่อสร้างรายได้ให้กสทฯ แทนรายได้จากสัมปทาน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายจิรายุทธพ้นตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทาง กสทฯ ได้ตอบหนังสือไปที่ สตง.แล้วครั้งหนึ่ง เหลือเพียงฉบับที่ 2 ซึ่งสัญญาเอฟทีทีเอกซ์นั้นให้บริการ 10 จังหวัด กับ 2 นิคมอุตสาหกรรม โดยครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลชุดที่แล้วที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และครึ่งหนึ่งในรัฐบาลปัจจุบัน







