posttoday
จี้บจ.ปลดกก.มีคดีปั่น

จี้บจ.ปลดกก.มีคดีปั่น

10 พฤษภาคม 2555

ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้บริหาร โซลูชั่นโยนให้ผู้ถือหุ้นตัดสินใจ

ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้บริหาร โซลูชั่นโยนให้ผู้ถือหุ้นตัดสินใจ

ตลาดหลักทรัพย์จี้ บจ.ปลดกรรมการผู้บริหาร ถูกกล่าวโทษ ขาดคุณสมบัติ ด้าน SLC ชี้ผู้ถือหุ้นเท่านั้นเป็นคนปลด

แหล่งข่าวจากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้สอบถาม บจ.ที่กรรมการและผู้บริหารมีชื่อถูกกล่าวโทษคดีสร้างราคาหุ้นจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการและผู้บริหาร บริษัทจะดำเนินการอย่างไร

สำหรับกรณีการกล่าวโทษนายฉาย บุนนาค และพวกรวม 15 คน สร้างราคาหุ้น 12 ตัว มีกรรมการถูกกล่าวโทษ 2 บจ. คือ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี กรรมการบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC และนายอภินันทกานต์ พงศ์สถาบดี กรรมการบริหาร บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEN)

แหล่งข่าวจาก SLC เปิดเผยว่า การกล่าวโทษ น.ส.วทันยา เป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นสิทธิที่ น.ส.วทันยา จะพิจารณาเอง ซึ่งบริษัทหรือคณะกรรมการไม่มีสิทธิปลดกรรมการคนใดคนหนึ่ง ผู้ถือหุ้นเท่านั้นที่จะเป็นคนปลดกรรมการ สำหรับบริษัทจะพิจารณาภาพรวมและผลกระทบ ตลอดจนรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น

ทั้งนี้ SLC แจ้งว่า น.ส.วทันยา ถูกกล่าวโทษขณะเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีมิโก้ บริษัทจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดเพื่อความรอบคอบเป็นธรรม รวมถึงพิจารณาผลกระทบต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นด้วย

นายเปรมชัย กุศลฤกษ์ดี ผู้จัดการทั่วไป GEN กล่าวว่า อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดข่าวและสอบถามไปยังนายอภินันทกานต์ กรรมการบริหาร และเข้าหารือที่ประชุมคณะกรรมการ การกล่าวโทษนี้ไม่ส่งผลกระทบการดำเนินธุรกิจของ GEN แต่อย่างใด

แหล่งข่าวจาก GEN เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทจะมีการประชุมเร็วๆ นี้ พิจารณาคุณสมบัติกรรมการที่ถูกกล่าวโทษ ซึ่งมี 2 ทางเลือก คือ ลาออกเอง หรือให้บอร์ดตัดสิน กรณีถูกกล่าวโทษทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการผู้บริหาร

นายธวัชชัย พิทยโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรรมการหรือผู้บริหารที่ถูกกล่าวโทษจากสำนักงาน ก.ล.ต. แม้ว่าคดียังไม่ถึงที่สุด ก็ขาดความไว้วางใจเป็นผู้บริหาร บจ.หรือกรรมการ จะเป็นผู้บริหาร กรรมการ บจ.ไม่ได้ และหากยังไม่ได้เป็นจะเข้ามาเป็นไม่ได้เช่นกัน

นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การกล่าวโทษผู้กระทำความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์ครั้งนี้ถือเป็นกรณีใหญ่สุด เพราะมีจำนวนหลักทรัพย์ที่ถูกสร้างราคาโดยบุคลกลุ่มเดียวกันหลายตัว ซึ่งเป็นผลจากการประสานงานร่วมกันระหว่างตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต.

“หลังจากกล่าวโทษตลาดหลักทรัพย์คงไม่มีหน้าที่แล้ว ต้องปล่อยให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ตลาดหลักทรัพย์จะให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในการสอบพยานและหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี” นายศักรินทร์ กล่าว

สำหรับผู้บริหารหรือกรรมการ บจ.ที่ถูกกล่าวโทษในครั้งนี้ ถือว่าขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น บจ.ต้องดำเนินการให้ผู้ที่ถูกกล่าวโทษออกทันที หากไม่ดำเนินการ บริษัทก็จะขาดคุณสมบัติของการเป็น บจ. ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะมีแนวทางดำเนินการตามหลักเกณฑ์ต่อไป

ทั้งนี้ ล่าสุดสำนักงาน ก.ล.ต. รายงานว่า วันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาลงโทษปรับนางรัชนี พานิช เป็นเงิน 1.259 ล้านบาทเศษ ฐานความผิดให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนนายอภิชาติ รุ่งเรืองอาชีวะ (ขณะเกิดเหตุชื่อนายวิสิทธิ์ กาญจโนภาส) ซื้อขายหุ้นกะรัต สุขภัณฑ์ (KARAT) ผ่านบัญชีซื้อขายของตัวเอง อาศัยข้อมูลที่นายอภิชาติรู้มาจากเป็นหัวหน้าทีมที่ปรึกษากฎหมายในการซื้อหุ้นกะรัต

ขณะที่คดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 29 มี.ค. 2554 ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษนายอภิชาติ นางรัชนี นายกฤษฎา กุลวิวัฒน์ และนายปรีชา ไม่ทราบนามสกุล ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เนื่องจากพบพยานหลักฐานน่าเชื่อว่า ระหว่างวันที่ 15 ม.ค.-2 ก.ค. 2545 โดยอาศัยข้อมูลภายในก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูล

ทั้งนี้ ดีเอสไอและพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายอภิชาติ นางรัชนี นายกฤษฎา และสั่งไม่ฟ้องนายปรีชา แต่นายอภิชาติและนายกฤษฎาหลบหนี จึงมีการออกหมายจับเพื่อนำตัวมาฟ้องคดีต่อศาล

 

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย