
ตลท.ห่วงกำไรบจ.ชะลอรัฐสั่งเบรกขึ้นราคาสินค้า
ตลท.ห่วงกำไร บจ.หดครึ่งปีหลัง เงินเฟ้อเพิ่ม รัฐบาลคุมราคาสินค้า เอกชนต้องแบกต้นทุนหลังแอ่น
ตลท.ห่วงกำไร บจ.หดครึ่งปีหลัง เงินเฟ้อเพิ่ม รัฐบาลคุมราคาสินค้า เอกชนต้องแบกต้นทุนหลังแอ่น
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานพัฒนาและวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังจะกระทบต่อความสามารถการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพราะหากรัฐบาลมีกลไกคุมราคาสิน๐ค้าต่อเนื่องจะทำให้ บจ.ไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าหลายรายการที่กระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้า
สำหรับภาวะการลงทุน ยังมองว่าเม็ดเงินต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้ต่อเนื่อง แม้ราคาหุ้นส่วนใหญ่จะมีการปรับขึ้นสูงและเต็มมูลค่าแล้วก็ตาม เนื่องจากสภาพคล่องทั่วโลกยังมีอยู่มาก และจำเป็นต้องหาที่ลงทุนเพื่อหาผลตอบแทน ขณะที่เศรษฐกิจในเอเชียมีความแข็งแกร่งกว่ายุโรปและสหรัฐ
ปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง 4 ปัจจัย คือ 1.เศรษฐกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่งจากนโยบายภาครัฐที่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบและเพิ่มกำลังซื้อประชาชน 2.สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ไทยเดือน เม.ย. อยู่ที่ 12.82 เท่า ยังถูกกว่าตลาดหุ้นภูมิภาค อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ที่อยู่ระหว่าง 14-16 เท่า
3.ตลาดหุ้นไทยยังมีการซื้อขายจากนักลงทุนในประเทศเป็นหลัก รายย่อยมีสัดส่วนถึง 55% ซึ่งยังรวมสถาบันในประเทศและพอร์ตของบริษัทหลักทรัพย์ ทำให้ตลาดหุ้นไทยไม่หวั่นไหวตามแรงซื้อขายของต่างชาติเหมือนตลาดหุ้นภูมิภาค และ 4.บจ.ขนาดใหญ่มีกำไรออกมาดีกว่าที่คาดในไตรมาสแรก
“ปัญหายุโรปจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยน้อยกว่าหากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวจริงจัง เพราะบางธุรกิจมีการส่งออกไปจีนในสัดส่วนที่สูงเช่นกัน แต่ตอนนี้ยังไม่น่ากังวล” นายวิรไท กล่าว
ภาวะตลาดหุ้นไทยเดือน เม.ย. ดัชนีปิดที่ 1,228.49 จุด เพิ่มขึ้น 19.82% จากสิ้นปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ปรับมาอยู่ที่ 10 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.21% จากสิ้นปี







