posttoday
เตือนพื้นที่เขตร้อนเสี่ยงสูง

เตือนพื้นที่เขตร้อนเสี่ยงสูง

08 พฤษภาคม 2555

จากอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ส่อกระทบทำเลเพาะปลูกข้าว

จากอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ส่อกระทบทำเลเพาะปลูกข้าว

นักวิจัยฯ เกษตรระหว่างประเทศ ชี้พื้นที่เขตร้อนเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงอากาศ เสี่ยงกระทบพื้นที่ปลูกข้าว

นางนารีณัฐ รุณภัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากรายงานการศึกษาพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงอาหารของกลุ่มที่ปรึกษาการวิจัยทางการเกษตรระหว่างประเทศ (Consultative Group on International Agricultural Research : CGIAR ) ระบุว่า พื้นที่ในแถบแอฟริกาและเอเชียใต้มีความเปราะบางที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีความเสี่ยงสูงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร

ทั้งนี้ จากการพิจารณาแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและตัวชี้วัดความมั่นคงอาหารชี้ว่า พืชที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้นคือ ข้าวและข้าวโพด โดยผลกระทบจะเริ่มส่งผลและรุนแรงต่อพืชอาหารในอีกประมาณ 20-30 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเหลือเวลาที่เหมาะสมต่อการปลูกพืชไม่เกิน 120 วันต่อปี

สำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงอาหาร ปัจจุบันมีจำนวนประชากร 170.5 ล้านคน ที่มีความไม่มั่นคงอาหาร โดยกลุ่มนักวิจัยการคาดการณ์ว่าในช่วงกลางทศวรรษ 2050 หรือประมาณปี 2593 อุณหภูมิในช่วงฤดูเพาะปลูกจะสูงเกินกว่า 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิระดับที่เกือบสูงสุดที่พืชตระกูลถั่วจะทนทานได้ และหากอุณหภูมิสูงกว่านี้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าวและข้าวโพดเช่นกัน

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังระบุว่า ระยะเวลาการเพาะปลูกที่น้อยกว่า 120 วัน นอกจากจะไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพดและพืชอาหารหลักอื่นๆ แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อพืชอาหารสัตว์อีกด้วย ซึ่งในรายงานได้เตือนด้วยว่า จากอุณหภูมิที่สูงขึ้นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระดับการผลิตอาหารภายใน 40 ปีข้างหน้า ซึ่งแต่ละประเทศควรเร่งพัฒนาพันธุ์พืชที่ทนต่อสภาวะดังกล่าว

นางนารีณัฐ กล่าวว่า ประเทศไทยแม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก จึงต้องตื่นตัวและตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภาคเกษตร

สำหรับยุทธศาสตร์ดังกล่าว ประกอบด้วย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัว (Adaptation) รวมทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันภาคเกษตร ตลอดจนการเข้าร่วมในเวทีโลก เพื่อให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหารสนองความต้องการอาหารโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI