
ผาแดงมั่นใจปี’55กำไรดีชัวร์
ราคาเพิ่มขึ้นขายเต็มกำลังผลิตหาเหมืองลาวพม่าแทนแม่สอด
ราคาเพิ่มขึ้นขายเต็มกำลังผลิตหาเหมืองลาวพม่าแทนแม่สอด
ผาแดงเชื่อผลงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ปี 2555 กำไรดีขึ้น ราคาและปริมาณขายเพิ่ม ศึกษาแหล่งใหม่ลาวพม่า แทนแม่สอดที่จะหมดอายุใน 4 ปี
นายวินิจ องค์เนกนันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี (PDI) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในปี 2554 ถือว่าเป็นระดับต่ำสุดไปแล้ว และเชื่อว่าผลกำไรในปี 2555 จะดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าปริมาณการขายโลหะสังกะสีจะอยู่ที่ 1.1 แสนตัน ถือว่าเป็นระดับเต็มกำลังการผลิต โตจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.5 หมื่นตัน
ทั้งนี้ ในปี 2554 PDI มีกำไรสุทธิเพียง 4.27 ล้านบาท ทรุดหนักจากกำไรสุทธิ 413.08 ล้านบาท ในปีก่อน
นอกจากนี้ ประเมินว่าราคาขายโดยเฉลี่ยในปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 2,193 เหรียญสหรัฐต่อตัน เนื่องจากปริมาณสินค้าในตลาดแม้ว่าจะยังคงสูงกว่าความต้องการขาย แต่ระยะห่างเริ่มหดแคบลง และได้สะท้อนออกมาในราคาบ้างแล้ว โดยราคาขายในช่วงไตรมาสแรกนี้อยู่ที่ 1,900-2,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน เทียบกับไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,897 เหรียญสหรัฐต่อตัน
“บริษัทพยายามหาวิธีการให้ผลกำไรกลับมาเป็นที่พอใจของผู้ถือหุ้น โดยจะพยายามให้การขายเต็มกำลังการผลิต และพยายามขายโลหะสังกะสีผสมนิกเกิล (Zinc Nickel Alloy) เพราะมีมาร์จินสูงกว่าสังกะสีธรรมดา จนขณะนี้มีสัดส่วนการขายประมาณ 40% และพยายามลดต้นทุนโดยใช้ตัวแร่ที่มีราคาถูกกว่าปีที่ผ่านมา และบริหารจัดการค่าไฟโดยพยายามเลี่ยงเดินโรงงานในช่วงนี้ เพราะค่าไฟแพงจากการที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง” นายวินิจ กล่าว
สำหรับเหมืองแม่สอดจะหมดอายุสัมปทานในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือในปี 2559 นั้น ขณะนี้ทางบริษัทได้เริ่มสำรวจเหมืองแร่แห่งใหม่ในประเทศลาวและพม่ารองรับ โดยเหมืองแร่ในประเทศลาวได้ทำการสำรวจพบปริมาณสำรองแล้ว 9 แสนตัน ปริมาณแร่ระดับ 9% แต่ระดับดังกล่าวยังไม่เพียงพอจะดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ซึ่งต้องสำรวจให้ได้อย่างน้อย 23 ล้านตัน โดยคาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้าจึงจะสามารถดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับเหมืองแร่แม่สอดหมดอายุลงในอีก 4 ปีข้างหน้า
ด้านแหล่งสำรวจแร่ในประเทศพม่านั้น ทางบริษัทเพิ่งดำเนินการสำรวจเพียง 20% ของพื้นที่ ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน คาดว่าอีก 2 เดือนข้างหน้าจึงจะทราบปริมาณการสำรอง
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าจะใช้เงินสำหรับการสำรวจแหล่งแร่ในประเทศลาวและพม่าทั้งโครงการ 400 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะนี้ได้ใช้ในลาวไปแล้ว 94 ล้านบาท และพม่า 81 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะใช้เงิน 50 ล้านบาท เพื่อใช้ในการสำรวจแหล่งแร่ทั้งสองแห่ง







