posttoday
ธุระกิจสรางปี 2555 รุ่งแต่ระวังต้นทุนพุ่ง

ธุระกิจสรางปี 2555 รุ่งแต่ระวังต้นทุนพุ่ง

27 เมษายน 2555

โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ปี 2555 เป็นปีที่ท้าทายธุรกิจก่อสร้าง จากปัญหาอุทกภัยปีที่ผ่านมา ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินปัจจัยที่ส่งผลต่อทิศทางธุรกิจวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้างไว้ 3 ประการ ได้แก่ 1) แรงส่งจากโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเติบโตขึ้นด้วยนโยบายขับเคลื่อนของรัฐบาล 2) รูปแบบการก่อสร้างภาคเอกชนที่นำเอาปัจจัยด้านอุทกภัยเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักในการตัดสินใจทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น รวมทั้งกลยุทธ์ธุรกิจที่รุกขยายตลาดในจังหวัดภูธรที่มีศักยภาพ และ 3) ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวขึ้นรอบด้าน ทั้งต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่เร่งตัวตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งปัจจัยทั้งหมดจะมีส่วนกำหนดทิศทางและรูปแบบธุรกิจก่อสร้างไทยอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เหลือของปี 2555 นี้

ทิศทางธุรกิจในปี 2555 จะเดินหน้าหรือถอยหลัง ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก

q โครงการภาครัฐปี 2555 จะพลิกกลับมาเป็นแรงส่งสำคัญให้กับธุรกิจก่อสร้าง การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาฟื้นฟูและเยียวยาประเทศ สืบเนื่องจากภัยพิบัติน้ำท่วม ซึ่งในปีนี้รัฐบาลได้กำหนดงบประมาณประจำปีไว้ที่ 2.38 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 20.2% ของจีดีพี โดยภายใต้งบประมาณปี 2555 รัฐบาลได้ขยายวงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษมาอยู่ 4.23 แสนล้านบาท สูงกว่างบลงทุนในปี 2554 ประมาณ 19.1% หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.1% ของงบประมาณ

ทั้งนี้ หากภาครัฐสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 72% ของงบลงทุนรวมโครงการของภาครัฐที่จะเกิดขึ้นในปีนี้น่าจะอยู่ที่ 5.56.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะสร้างอานิสงส์ต่อธุรกิจก่อสร้างทั้งปี 2555 ในกรอบ 4.484.53 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น 16.617.9% เทียบกับปี 2554)

โครงการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่ที่ได้เริ่มดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งโครงการลงทุนที่มีแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2555 อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่บางซื่อ) สายสีน้ำเงิน (บางซื่อท่าพระ และหัวลำโพงบางแค) รถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย (วงเวียนใหญ่บางหว้า) ซึ่งก่อสร้างต่อเนื่องจากปี 2554 ขณะที่สายสีแดง (บางซื่อรังสิต) และสายสีเขียว (แบริ่งสมุทรปราการ) อาจเริ่มก่อสร้างในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 หลังจากที่ล่าช้ามาค่อนข้างมาก ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่และการปรับปรุงทางรถไฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ระยะเร่งด่วน พ.ศ. 25532557 น่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น ขณะที่โครงการที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยคงจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่ฤดูฝนจะมาถึง

q โครงการภาคเอกชนมุ่งเน้นความพร้อมด้านการป้องกันภัยพิบัติ สภาอุตสาหกรรมร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจเอกชนด้วยกัน ในการที่จะริเริ่มโครงการก่อสร้างคันกั้นน้ำล้อมรอบพื้นที่อุตสาห กรรม 6 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค สวนอุตสาหกรรมโรจนะ สวนอุตสาหกรรมนวนคร และสวนอุตสาหกรรมบางกะดี โดยรวมแล้วคาดว่าการซ่อมแซมปรับปรุงนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบนี้น่าจะใช้วงเงินในการก่อสร้างประมาณ 4,5005,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจภาคเอกชนบางส่วนมีแผนที่จะพัฒนาโครงการพาณิชยกรรม เพื่อครอบคลุมกลุ่มกำลังซื้อกลุ่มใหม่ ด้วยการขยายสาขาไปยังหัวเมืองใหญ่และหัวเมืองระดับรองที่มีแนวโน้มเติบโตเป็นชุมชนหัวเมือง เช่น จ.สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ อุดรธานี สกลนคร หนองคาย นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ แม้กระทั่งกลุ่มเป้าหมายใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น จ.ปัตตานี

ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จะหันไปขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวสูงและแนวราบในหัวเมืองต่างจังหวัด เช่น จ.เชียงใหม่ นครราชสีมา ชลบุรี และ อ.หาดใหญ่

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมแผนขยายกิจการของกลุ่มค้าปลีก พาณิชย์ โรงแรมและที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด โดยรวมแล้วคาดว่ามีมูลค่าการลงทุนเบื้องต้นสำหรับโครงการที่จะเริ่มก่อสร้างในปี 2555-2557 ในกรอบ 9.71 หมื่นล้านบาท1.02 แสนล้านบาท ขณะที่การก่อสร้างภาคเอกชนโดยรวมของปี 2555 จะอยู่ในกรอบ 4.754.81แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8.5-9.6% จากปี 2554)

q ต้นทุนการก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในระยะข้างหน้า ทิศทางของธุรกิจก่อสร้างคงจะไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว ด้วยระดับต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นรอบด้าน ทั้งจากวัสดุก่อสร้างต่างๆ และแรงกดดันด้านต้นทุนจากค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล พร้อมกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ช่างฝีมือที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินว่าระดับราคาของปัจจัยการผลิตต่างๆ นี้ น่าจะส่งผลต่อการปรับเพิ่มของต้นทุนของธุรกิจก่อสร้าง 56%

มูลค่าการก่อสร้างในปี 2555 น่าจะยังสามารถเติบโตได้ในแดนบวก

มูลค่าการลงทุนด้านก่อสร้างโดยรวมในปี 2555 (ราคาปีปัจจุบัน) เพิ่มขึ้นไปได้อีกที่ 12.2-13.5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 9.23-9.34 แสนล้านบาท ขณะที่การก่อสร้าง ณ ราคาคงที่ (ซึ่งเป็นเครื่องชี้ที่สะท้อนปริมาณงานก่อสร้าง) อัตราการขยายตัว 6.9-8.1% ผลจากการก่อสร้างภาครัฐที่ขยายตัว 10.611.9% (ราคาคงที่) ได้อานิสงส์นโยบายก่อสร้างโครงการใหญ่และโครงการซ่อมแซมโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ขณะที่ปริมาณการก่อสร้างภาคเอกชนอาจขยายตัวที่ 2.5-3.7% (ราคาคงที่) อย่างไรก็ตามหากไม่มีแรงกระตุ้นดังกล่าว การก่อสร้างรวมอาจหดตัวจากปีก่อนประมาณ 0.5-3.1% หรือมีมูลค่า 7.97-8.19 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน