posttoday
เฟดไร้สัญญาณเชิงบวก ตลาดอาจอ่อนตัวลง

เฟดไร้สัญญาณเชิงบวก ตลาดอาจอ่อนตัวลง

26 เมษายน 2555

โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นสูงกว่าที่ประเมินไว้ สามารถกลับมาปรับตัวขึ้นเหนือ 1,200 จุด อีกครั้ง โดยในระยะสั้นตลาดกลับมาให้ความสนใจกับนโยบายการเงินสหรัฐแทนปัญหาหนี้ยุโรป ที่มีปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองในช่วงนี้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อของนโยบายการเงินที่สำคัญ มาตรการ Operation Twist กำลังจะสิ้นสุดในเดือน มิ.ย. ในขณะที่การประชุมเฟดจะมีขึ้นเพียง 2 ครั้งก่อนที่จะหมดมาตรการนี้ เป็นการประชุมในเดือนนี้และครั้งถัดไปเดือน มิ.ย. ส่งผลให้ตลาดจับตาดูนโยบายการเงินของสหรัฐเป็นพิเศษ โดยตลาดหุ้นเองมีการเก็งกำไรและปรับตัวขึ้นก่อนหน้ารู้ผลประชุมเฟด โดยนักลงทุนส่วนหนึ่งคาดว่าเฟดอาจจะเปิดช่องในการใช้นโยบายทางการเงินมากขึ้นเมื่อเทียบกับการประชุมเดือน มี.ค. ส่วนทางด้านยุโรปมีความเสี่ยงด้านการเมืองเพิ่มมากขึ้น ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นิโกลาส์ ซาร์โกซี แพ้การเลือกตั้งครั้งแรก ส่วนนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ประกาศลาออก หลังไม่สามารถผ่านแผนลดงบประมาณลงได้ โดยรวมส่งผลให้ตลาดยังมีความกังวลเรื่องปัญหาหนี้ในยุโรปแต่ถูกละทิ้งสั้น เป็นการเก็งกำไรเรื่องผลการประชุมเฟดเข้ามาแทน

ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดจะมีช่วงปรับตัวขึ้นสั้นๆ หากเฟดเปิดช่องในการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ก่อนที่จะมีแรงเทขายทำกำไรเร็วตามมา เบื้องต้นประเมินว่าเฟดจะส่งสัญญาณเชิงบวกในการประชุมครั้งนี้มากกว่าผลการประชุมในครั้งก่อน เนื่องจากระดับราคาน้ำมันลงมาอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ความเสี่ยงของเงินเฟ้อลดลงไป แต่อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทาง KGI คาดว่าจะยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในการประชุมครั้งนี้ เป็นเพียงการเปิดช่องไว้ โดยเชื่อว่ามาตรการที่เป็นรูปธรรมหากเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดจะเป็นเดือน มิ.ย. หรือในไตรมาส 3 โดยรวมการที่เฟดเปิดช่องไว้จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมอย่างเร็วที่สุดต้องใช้เวลาที่นานเกือบ 2 เดือน ที่จะมีการประชุมเฟดครั้งถัดไป ท่ามกลางปัญหาในยุโรปที่มีแนวโน้มแย่จากประเด็นความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ส่งผลให้ตลาดยังคงมีความเสี่ยงขาลงหลังจากที่ตลาดมีการปรับตัวขึ้นก่อนที่จะรู้ผลการประชุมเฟด โดยปัญหาทางการเมืองในยุโรปเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจมาก เนื่องจากต้นปีที่ผ่านการดำเนินการของทางการยุโรปที่รวดเร็วไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาลและธนาคารกลาง ได้ช่วยป้องกันการลุกลามของปัญหานี้ยุโรปได้ระดับหนึ่ง หากปัญหาเสถียรภาพการเมืองเกิดขึ้นจะเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาหนี้ในยุโรป

ปัญหาการเมืองในยุโรปเกิดขึ้นในหลายประเทศพร้อมกัน ที่ฝรั่งเศส ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ซาร์โกซี มีคะแนนเสียงแพ้คู่แข่งคนสำคัญ ฟรองซัวส์ ออลลองด์ จากพรรคสังคมนิยม ด้วยคะแนน 27.1% ต่อ 28.5% ทำให้ตลาดกังวลกันว่าการแก้ปัญหาในยุโรปต้องสะดุดลง เนื่องจากที่ผ่านมาเยอรมนีกับฝรั่งเศสเป็นหัวหอกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ในยุโรป และผู้นำทั้งสองท่านทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี การที่นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล สนับสนุนซาร์โกซีอย่างเต็มตัว หากประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศสเป็นออลลองด์ ที่ไม่สนับสนุนการลดค่าใช้จ่าย ความเสี่ยงของการขัดแย้งกันระหว่างเยอรมนีและฝรั่งเศสในประเด็นเรื่องแนวทางการลดงบประมาณจะเป็นปัญหาแรก

นอกจากนี้ ที่กรีซยังคงเป็นประเด็น กรีซจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 6 พ.ค. เป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบ 2 หากมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาอีก จะกดดันตลาดหุ้นได้มากพอควร ล่าสุดผู้ว่าการธนาคารกลางกรีซได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจ และอาจชักนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้หลังการเลือกตั้งได้ ส่วนเนเธอร์แลนด์ เป็นประเด็นหลังจากที่นายกรัฐมนตรีไม่สามารถผ่านแผนลดงบประมาณลงได้ ส่งผลให้ลาออก โดยรวมปัญหาความไม่มีเสถียรภาพด้านการเมืองยุโรป มีโอกาสถ่วงตลาดให้ปรับตัวลงได้ โดยเฉพาะหากไม่มีปัจจัยบวกของเฟดเสริมเข้ามา

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนขายหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูง เนื่องจากเชื่อว่าตลาดมีการปรับตัวขึ้นรอผลการประชุมเฟดในระดับหนึ่งแล้ว หากออกมาเป็นบวกการปรับตัวขึ้นจะเป็นไปในระดับที่ชะลอตัวลง ในขณะที่หากออกมาไม่ส่งสัญญาณเชิงบวกมากพอ ตลาดมีโอกาสกลับมาปรับตัวลงทันที นอกจากนี้ปัญหาหนี้ในยุโรปมีโอกาสแพร่กระจายมากขึ้น ทั้งจากทางด้านปัญหาด้านการเมืองและความเสี่ยงของต้นทุนทางการเงินของประเทศในยุโรปที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังสิ้นสุดโปรแกรม LTRO ที่ช่วยทำให้เกิดการ Carry Trade และดึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยุโรปในช่วงก่อนหน้านี้ให้ลดลง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค