posttoday
สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ "ยอมทำงานหนัก ช่วยรถไฟไทย"

สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ "ยอมทำงานหนัก ช่วยรถไฟไทย"

21 เมษายน 2555

ต้องยอมรับว่า หนึ่งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของไทยที่ประสบปัญหาในเรื่องการบริหารงาน ผลการดำเนินงานที่ติดลบตัวแดงมาตลอด คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 100 ปี แต่ไม่ได้มีแค่อดีต 100 ปีที่ผ่านมา แต่ ร.ฟ.ท.ยังมีอนาคตต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก

ต้องยอมรับว่า หนึ่งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของไทยที่ประสบปัญหาในเรื่องการบริหารงาน ผลการดำเนินงานที่ติดลบตัวแดงมาตลอด คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 100 ปี แต่ไม่ได้มีแค่อดีต 100 ปีที่ผ่านมา แต่ ร.ฟ.ท.ยังมีอนาคตต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก

เมื่อเป็นเช่นนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่มีศักยภาพเช่นนี้อยู่ ดังนั้นผู้ที่มานั่งกำกับดูแลในฐานะหัวเรือใหญ่ในตำแหน่งประธานคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. อย่าง สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จึงต้องทุ่มเท ผลักดันให้รถไฟไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา และเป็นที่ยอมรับของสังคมให้ได้

รวมทั้งเป็นหนึ่งในกลไกที่ใช้พัฒนาความเจริญให้กับประเทศไทยด้วย

โพสต์ทูเดย์มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษผู้อำนวยการ สนข. เกี่ยวกับแนวทางบริหาร ร.ฟ.ท. ซึ่งทุกคนบอกว่าเป็น “งานหิน” และแสนจะท้าทาย

n หน้าที่หลักของคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ชุดนี้?

นอกเหนือจากการประชุมเร่งรัดงานในความรับผิดชอบเดือนละ 3 ครั้งแล้ว เห็นว่าขณะนี้โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศคือ รถไฟ เพราะเรามีความจำเป็นที่จะต้องลดต้นทุนการขนส่งสินค้า นอกจากนี้รถไฟยังสามารถให้บริการที่สะดวก ปลอดภัย ดังนั้น บอร์ด ร.ฟ.ท.จะพยายามนำเอาความเชื่อมั่นส่วนนี้มาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งถือเป็นแต้มต่อที่จะนำมาพัฒนาองค์กร ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนมองว่า 100 กว่าปีแล้ว กิจการการรถไฟก็ยังเหมือนเดิม

แต่แท้จริงแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการพัฒนา ร.ฟ.ท.มากขึ้น โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบประมาณ 1.76 แสนล้านบาท เพื่อใช้ปรับปรุงและพัฒนาบริการให้เป็นไปตามแผนพัฒนาที่วางไว้ อาทิ การพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ การปรับปรุงเส้นทางซึ่งช่วยกำจัดจุดตัดทั้งหมด การจัดซื้อหัวรถจักรเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

ทั้งนี้ บอร์ด ร.ฟ.ท.ต้องเร่งผลักดันแผนการดำเนินงานเหล่านี้ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด ซึ่งงานของเราจะสำเร็จไม่ได้ถ้าขาดความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคนของรถไฟเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จะเห็นว่าทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้รายงานผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว ในโครงการแก่งคอย–สระบุรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอ ครม. หาก ครม.อนุมัติในหลักการสามารถประกวดราคาได้เลย

n โครงการใดที่ต้องเร่งผลักดัน นอกจากรถไฟรางคู่

โครงการอื่นๆ บอร์ด ร.ฟ.ท.จะต้องพิจารณาการก่อสร้างสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) และศูนย์กระจายสินค้า ซึ่ง ครม.มีมติไว้ว่าจะต้องมีศูนย์ขนถ่ายสินค้าที่ จ.ขอนแก่น และนครพนม ตามโครงข่ายการขนถ่ายสินค้าของรถไฟ

นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.จำเป็นต้องแสวงหาพันธมิตรล่วงหน้า โดยเฉพาะในเรื่องการขนส่งสินค้า เพราะขณะนี้ลูกค้าที่ใช้บริการรถไฟยังเหนียวแน่น ซึ่งต่อไปหากรถไฟสามารถจัดหาหัวรถจักรใหม่ได้ จะหาเอกชนเข้าร่วมงานได้อีกมาก นอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าการขนส่งสินค้าแล้ว ยังเป็นแนวทางหารายได้เพิ่มให้รถไฟอีกด้วย

n การแก้ไขปัญหาที่ดินของรถไฟ และที่ดินที่ให้เอกชนเช่าทำตลาด

เรื่องนี้ บอร์ด ร.ฟ.ท.ไม่เคยละเลยกับปัญหาที่เกิดขึ้น ต่อไปบอร์ด ร.ฟ.ท.จะจัดระเบียบเรื่องการเช่าที่รถไฟทำตลาด ในส่วนของพื้นที่ที่โดนบุกรุก จะหาพื้นที่รองรับผู้บุกรุกเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ สำหรับที่ดินของรถไฟที่สามารถนำมาทำประโยชน์ได้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาแบบรัฐต่อรัฐ หมายถึงหน่วยงานของไทย เพราะหากให้เอกชนมาลงทุนจะเกิน 1,000 ล้านบาท จะทำให้มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายหรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ และทำให้งานล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นคงต้องรอผลการศึกษาว่ามีแนวทางใดที่จะนำที่ดินมาพัฒนาได้บ้าง

“พื้นที่ที่ต้องนำมาดำเนินการตามแผนซึ่งมีทั้งที่ถูกบุกรุก พื้นที่ว่าง ซึ่งปัจจุบันเราจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยรัฐบาลได้วางเป้าหมายไว้ว่าการพัฒนาเมืองจะต้องเป็นไปตามแนวทางรถไฟในอนาคต ส่วนการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อรังสิตนั้น จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้ได้ภายใน พ.ค.ปีนี้ โดยให้ไปปรับราคาให้เหมาะสมกับปัจจุบันมากที่สุด เพราะต่อไปจะต้องประสานกับศูนย์กลางการเชื่อมต่อบริเวณสถานีบางซื่อทั้งหมด รวมทั้งแอร์พอร์ตลิงก์”

n ปัญหาเฉพาะหน้าที่บอร์ด ร.ฟ.ท.ต้องเดินหน้า

บอร์ด ร.ฟ.ท.จะประชุม 3 ครั้งต่อเดือน สาเหตุที่ประชุมบ่อยเพราะมีงานที่เกี่ยวข้องเยอะมาก อีกทั้ง หากไม่ประชุมการบริหารงานของรถไฟจะติดขัด เพราะมีข้อกำหนดว่าใช้เงินกี่ล้านต้องผ่านบอร์ด ซึ่งเราจะต้องเร่งรัดให้โครงการต่างๆ ที่มีอยู่ในแผน ให้เดินหน้ามากที่สุดและประเด็นสำคัญที่เห็นว่าเร่งรัดได้ ปฏิบัติได้ คือ จะต้องบริหารจัดการควบคุมกำกับผู้รับจ้างที่ทำงานกับรถไฟให้สามารถทำงานให้เกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด เช่น เรื่องห้องน้ำห้องส้วม จำเป็นต้องมีดัชนีความเหม็นที่ต้องลดลง

ทั้งนี้ บอร์ด ร.ฟ.ท.ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารแต่ละคนลงไปดูแลรับผิดชอบ เช่นเดียวกับการขันนอตของกระทรวงคมนาคม โดยจะต้องเห็นผลที่ชัดเจน อย่างน้อยต้องมีเส้นทางนำร่องสามารถทำได้ว่า ส้วมสะอาด โดยเฉพาะเส้นที่มีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมากๆ

“นอกจากนี้ การพัฒนารถไฟต้องปรับปรุงข้อบังคับภายใน ที่บางครั้งอาจซ้ำซ้อน ที่สำคัญหัวใจของการพัฒนารถไฟคือ พัฒนาคน คนจะต้องมีความรักในองค์กร รู้จักหน้าที่ของตนเอง และต้องมีความรับผิดชอบ เมื่อคนทั้งประเทศรักรถไฟแล้ว ฉะนั้น ใดเล่าคนรถไฟจึงไม่รักกันเพื่องานในอนาคต”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ครม.ได้อนุมัติปลดล็อกมติ ครม.ปี 2541 ที่ไม่ให้รับพนักงานเพิ่ม เป็นให้รับคนเพิ่มได้แล้วคาดว่า ต่อไป “โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟฯ” ก็จะมีความสำคัญอีกครั้งในการพัฒนาคนให้กับรถไฟ ทำให้เห็นแสงสว่างว่า ต่อไปคนรถไฟจะต้องพัฒนาตัวเอง เพื่อไปสู่การพัฒนารถไฟสมัยใหม่ เช่น การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ เมื่อคนของเรามีความชำนาญแล้ว และในอนาคตอาจก้าวไปสู่การรับจ้างเดินรถให้กับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค