posttoday
อาเซียนสู้ศก.โลกเพิ่มกองทุนเท่าตัว

อาเซียนสู้ศก.โลกเพิ่มกองทุนเท่าตัว

20 เมษายน 2555

เผยอาเซียนบวก 3 เตรียมเพิ่มเงินกองทุนเป็น 2.4 แสนล้าน หวังใช้เป็นรับวิกฤตเศรษฐกิจพร้อมผนึก 21 ชาติ ดันเอเชียฮับเศรษฐกิจโลก

เผยอาเซียนบวก 3 เตรียมเพิ่มเงินกองทุนเป็น 2.4 แสนล้าน หวังใช้เป็นรับวิกฤตเศรษฐกิจพร้อมผนึก 21 ชาติ ดันเอเชียฮับเศรษฐกิจโลก

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เปิดเผยในการประชุมองค์กรส่งเสริมการค้าของภูมิภาคเอเชีย (เอทีพีเอฟ) ครั้งที่ 25 ว่า การประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียนวันที่ 3 พ.ค.นี้ ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ จะหารือประเด็นการเพิ่มเงินกองทุนสร้างความเข้มแข็งในอาเซียน หลังจากที่รัฐมนตรีคลังอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) ตกลงเพิ่มเงินกองทุนสร้างความเข้มแข็งในอาเซียน จากปัจจุบัน 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3.6 ล้านล้านบาท เป็น 2.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 7.2 ล้านล้านบาท

ขณะเดียวกันในระหว่างนี้แต่ละประเทศจะไปดำเนินการตามขั้นตอนภายใน เพื่อนำข้อสรุปมาเสนอในที่ประชุมให้ทันวันที่ 3 พ.ค.นี้ ก่อนจะเสนอต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียน (ซัมมิต) ปลายปีนี้ที่ประเทศกัมพูชา โดยการเพิ่มเงินกองทุนกำหนดให้ใช้สัดส่วนเดิมที่แต่ละประเทศต้องนำเงินมาร่วมในกองทุนประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนนำเงินเข้ากองทุนรวมกัน 20% เกาหลีใต้ 20% จีน 30% และญี่ปุ่น 30%

สำหรับเป้าหมายการเพิ่มเงินเข้ากองทุน เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การเงินในอาเซียนและเสริมความมั่นคงทางการเงิน เพราะปัจจุบันความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของโลก รวมทั้งเศรษฐกิจสำคัญอย่างสหรัฐ และยุโรป ยังไม่มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนรวมถึงความสำเร็จการแก้ปัญหาการเงินที่เกิดขึ้นทั้งในสหรัฐฯและยุโรป การจัดตั้งกองทุนขึ้นเพื่อดูแลสมาชิกในภูมิภาคกันเอง จะเป็นการเสริมความมั่นใจทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น นอกเหนือจากที่สมาชิกอาเซียนได้ตั้งหน่วยดูแลและเฝ้าระวังสภาพคล่องทางการเงินและบัญชีเดินสะพัดของอาเซียนแล้ว มีสำนักงานอยู่ที่สิงคโปร์

นายสุรินทร์ กล่าวว่า เอเชียกำลังถูกมองว่าจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจโลกในอนาคต และธุรกิจเอสเอ็มอีจะมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าการค้าและความเข้มแข็งของเอเชีย จึงเห็นความสำคัญที่จะผลักดันและพัฒนาความเข้มแข็งเอสเอ็มอี ซึ่งพบว่าแม้เอสเอ็มอีมีสัดส่วนจำนวน 90% แต่เป็นมูลค่าการส่งออกเพียง 40% และยังค้าขายกันเองภายในภูมิภาคเพียง 25% ขณะที่ภูมิภาคเข้ามาค้าในอาเชียเกินกว่า 50% ทำให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเพิ่มสัดส่วนการค้าภายในภูมิภาคเป็น 3040% โดยเร็ว

นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การประชุมเอทีพีเอฟจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียจะเอาชนะความท้าทายในอนาคต โดยมีตัวแทนองค์กรส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 21 ประเทศในเอเชียเข้าร่วม และมีพม่าเข้าร่วมงานเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์เป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เอเชียเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลก เพราะขณะนี้หลายประเทศในเอเชียมีศักยภาพสูง ทั้งอาเซียนที่จะรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้นในเวทีนี้จึงมีการหารือกำหนดแนวทางความร่วมมือ การส่งเสริมการค้าระหว่างสมาชิกในอนาคต โดยมีองค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ เจโทร เป็นฝ่ายเลขาธิการ

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า การส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี จะให้ผู้ประกอบการใช้การดำเนินธุรกิจการค้าออนไลน์เป็นช่องทางทางการค้าผ่านเว็บไซต์ของกรม www.thaitrade.com เป็นตัวเชื่อมให้เอสเอ็มอีได้ใช้เป็นช่องทางการค้ากับประเทศคู่ค้าต่างๆ ทั่วโลกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและยังนำเสนอการใช้ตราสัญลักษณ์ ไทยแลนด์ ทรัสต์ มาร์ก เพิ้อรับประกันคุณภาพมาตรฐานของสินค้าไทย ที่จะเผยแพร่และได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน