
สหรัตนฯยืมเงินโรงงานสร้างเขื่อนป้องน้ำท่วม
นิคมฯ สหรัตนนครยืมเงินโรงงานในนิคมฯสร้างเขื่อน100 ล้านบาท หลังการปรับแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ยังไม่เสร็จ
นิคมฯ สหรัตนนครยืมเงินโรงงานในนิคมฯสร้างเขื่อน100 ล้านบาท หลังการปรับแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ยังไม่เสร็จ
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะคณะทำงานฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เปิดเผยว่า ขณะนี้นิคมฯ ต้องเตรียมแผนสำรองในการสร้างแนวป้องกันน้ำถาวรให้เสร็นทันภายในเดือนก.ย. 2555 หลังจากที่มีแนวโน้มว่าขั้นตอนการขอกู้เงินของนิคมฯสหรัตนนครจะล่าช้ากว่ากำหนด เพราะยังติดเรื่องกระบวนการทางกฎหมาย ในการปรับแผนฟื้นฟูกิจการ โดยนิคมฯอยู่ระหว่างการหารือกับโรงงานนิคมฯ ว่า จะขอยืมเงินประมาณ 100 ล้านบาท มาดำเนินการก่อสร้างไปก่อน ซึ่งก็มีผู้ประกอบการรายใหญ่กว่า 4-5 ราย พร้อมให้ความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ ทางนิคมฯ ได้ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประทศไทย (กนอ.) ช่วยหาว่า จะมีแนวทางไหนบ้างที่จะมาเป็นหลักค้ำประกันให้กับโรงงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือว่า เมื่อนิคมฯได้รับเงินกู้มาแล้ว เอกชนจะต้องๆได้เงินคืน โดยอาจจะทำในรูปแบบการลงนามความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู เนื่องจากผู้ประกอบการมีเงื่อนไขว่าหากให้ยืมเงินจะได้เงินคืนกลับมาจริงๆ
“ในเบื้องต้นจะต้องเสริมแนวคันดินให้แข็งแรง และมีความพร้อมที่จะรับมือกับน้ำท่วมให้เสร็จทันก่อนฤดูฝน แต่นิคมฯยังติดปัญหาไม่สามารถกู้เงินได้ และไม่มีเงินสำรองมาเริ่มก่อสร้างก่อนเหมือนที่อื่น จึงต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในนิคมฯ ให้ความช่วยเหลือ โดยอาจต้องใช้เงินประมาณ 200 ล้านบาท ในการเสริมความแข็งแรงคันดินให้เสร็จ”นายณัฐพล กล่าว
นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมแผนสำรองฉุกเฉินเตรียมไว้อีกหลายแผน โดยจะหาวิธีชั่วคราวที่ทำให้คันดินมีความแข็งแรงที่สุด และราคาไม่แพง หากไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันระยะเวลาที่กำหนดจริงๆ
สำหรับขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากมีการโหวตแผนฟื้นฟูกิจการฉบับใหม่เพื่อก่อหนี้เพิ่มแล้ว จะต้องมีการเปลี่ยนผู้บริหารแผนฟื้นฟูใหม่ แต่ตอนนี้บริษัทเอสซีเอ็มบี ผู้บริหารแผนรายเดิมยังไม่ลาออก และต้องรอกระบวนการแต่งตั้งผู้บริหารแผนรายใหม่ โดยให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์เข้าดูแลแทน ขณะที่ฝ่ายเจ้าหนี้ หรือ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ต้องโหวตเลือกผู้บริหารแผนฟื้นฟูนิคมฯรายใหม่ด้วย ทำให้กระบวนการคาดว่าจะเสร็จและเริ่มกู้เงินจากธนาคารออมสินได้ในเดือนพ.ค. และเงินกู้น่าจะอนุมัติออกได้อย่างเร็วที่สุดในเดือนมิ.ย. ซึ่งหากรอจะไม่สามารถก่อสร้างได้ทัน
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการเสนอรัฐบาลเพื่อพิจารณาอนุมัติเงินให้เปล่า 2 ใน 3 ส่วนของการลงทุน แก่ 6 นิคมฯที่ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมถาวร วงเงินที่เสนอขอ 3,821.40 ล้านบาท จะไม่เปลี่ยนแแปลงแม้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.)จะให้พิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง เพราะเป็นราคาตามจริงที่ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว โดยกระทรวงฯกำลังพิจารณาว่าจะเสนอวงเงินดังกล่าวตามขั้นตอน คือ ผ่านกบอ. จากนั้นเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กอนช.)และคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติ หรือเสนอครม.โดยตรง เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน
ขณะที่วงเงินเพื่อก่อสร้างอีก 6 นิคมฯ ที่มีความเสี่ยงถูกท่วม ซึ่งกนอ.เสนอขอ กบอ.จำนวน 5,415.17 ล้านบาทนั้น ขณะนี้จะปรับรูปแบบโดยจะใช้วิธีกู้เงินทั้งหมดจากธนาคารออมสิน เพราะเตรียมวงเงินไว้สูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท
สำหรับความคืบหน้าการฟื้นตัวของโรงงานใน 7 นิคมฯที่ถูกน้ำท่วมรวม 839 แห่ง เริ่มดำเนินการ 100%แล้วจำนวน 294 แห่ง และผลิตบางส่วน 210 แห่ง รวมเปิดดำเนินการ 504 แห่ง หรือ 72% ถือว่าเปิดดำเนินการได้เร็วตามเป้าหมายที่วางไว้







