posttoday
เกาะติดสถานการณ์

เกาะติดสถานการณ์

19 เมษายน 2555

เกษตรประกาศภัยแล้ง 42 จังหวัด

เกษตรประกาศภัยแล้ง 42 จังหวัด

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการติดตามผลกระทบต่อภาคการเกษตรจากสถานการณ์ภัยแล้งจากข้อมูลพื้นที่ที่ทางจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้วจำนวน 42 จังหวัด 334 อำเภอ 2,442 ตำบล 25,434 หมู่บ้าน เนื่องจากเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงราย นครพนม เพชรบุรี ยโสธร และศรีสะเกษ

ทั้งนี้ แบ่งได้เป็นด้านพืช 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เพชรบุรี ยโสธร และศรีสะเกษ พื้นที่เสียหาย 16,853 ไร่ เกษตรกร 1,844 ราย คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือ 10.701 ล้านบาท ด้านปศุสัตว์ 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครพนม และเพชรบุรี สัตว์ได้รับผลกระทบ 2.29 ล้านตัว เกษตรกร 83,445 ราย ใช้เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดซื้อหญ้าแห้งและเวชภัณฑ์ วงเงิน 20.05 ล้านบาท

คมนาคมกำหนดจุดจอดรถบรรทุก

ขณะที่ด้านประมงไม่มีรายงานผลกระทบ แต่ก็ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนแล้ว

ในเบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ รวมทั้งหมด 1,402 เครื่อง ปัจจุบันได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือตามพื้นที่พื้นที่ประสบภัยแล้ง ทั้งนาปี นาปรัง พืชไร่และอุปโภค บริโภคแล้ว จำนวน 693 เครื่อง ในพื้นที่ 54 จังหวัด รวมถึงสนับสนุนรถยนต์บรรทุกน้ำ เตรียมการไว้ 295 คัน ปัจจุบัน สนับสนุนแล้ว 4 คันขณะเดียวกัน สำนักฝนหลวงได้ขึ้นปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งได้เริ่มตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือภาวะภัยแล้ง ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์2555 เป็นต้นมา จำนวน 10 หน่วยปฏิบัติการ และฐานเติมสารฝนหลวง 1 ฐาน มีเครื่องบินปฏิบัติงานทั้งหมด จำนวน 24 เครื่อง

โพสต์ทูเดย์กระทรวงคมนาคม เตรียมกำหนดจุดจอดรถบรรทุกชัดเจน อย่างน้อย 20 แห่ง หลังมีกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยอาจดึงเอกชนร่วมพัฒนา

นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ ปลัดกระ ทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้ประชุมเพื่อกำหนดจุดจอดรถบรรทุก หลังจากมีกฎหมายบังคับใช้ให้มีจุดจอดรถบรรทุกแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการก่อสร้างจุดจอดรถบรรทุกอย่างชัดเจน จึงมีการนำรถบรรทุกไปจอดริมถนน และเกิดอุบัติเหตุตามมาหลายครั้ง เบื้องต้นอาจจะใช้พื้นที่ 20 แห่งเป็นจุดจอดรถบรรทุก ยกตัวอย่างเช่น ในภาคอีสาน 8 แห่ง ภาคเหนือ 8 แห่ง และภาคใต้ 3 แห่ง เป็นต้น ในภาคอีสานจะเน้นไปที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งสาเหตุที่ในภาคใต้นั้นมีการกำหนดจุดจอดรถบรรทุกน้อย เนื่องจากจากการสำรวจผู้ขับรถบรรทุกแล้วมีการตอบแบบสอบถามถึงความต้องการจุดจอดรถค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจต้องพิจารณาเพิ่มจุดจอดรถบรรทุกในภาคใต้เพิ่มในอนาคตและถ้าไม่มีจุดจอดรถบรรทุก จะทำให้กฎหมายบังคับใช้ไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้มีการบังคับให้ผู้ขับขี่รถบรรทุกเมื่อขับขี่ 4 ชม. จะต้องมีการพักอย่างน้อย ครึ่งชม. จึงจะขับต่อไปอีก 4 ชม. แต่ผู้ขับขี่รถบรรทุกไม่สามารถขับได้เกิน 10 ชม.ต่อวัน

“ที่ผ่านมาได้ ให้กรมการขนส่งทางบก เร่งดำเนินงาน โครงการดังกล่าวตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ในเบื้องต้นอาจจะใช้พื้นที่ 20 แห่ง เป็นจุดจอดรถบรรทุก ยกตัวอย่างเช่น ในภาคอีสาน 8 แห่ง ภาคเหนือ 8 แห่ง ภาคใต้ 3 แห่ง เป็นต้น ในภาคอีสานจะเน้นไปที่อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งสาเหตุที่ในภาคใต้นั้นมีการกำหนดจุดจอดรถบรรทุกน้อย เนื่องจากจากการสำรวจผู้ขับรถบรรทุกแล้วมีการตอบแบบสอบถามถึงความต้องการจุดจอดรถค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจต้องมีการพิจารณาเพิ่มจุดจอดรถบรรทุกในภาคใต้เพิ่มในอนาคต ” นายสรศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการดำเนินการก่อสร้างโครงการที่จอดรถบรรทุกนั้นจะให้กรมการขนส่งทางบกเป็นเจ้าภาพในการดำเนินงาน โดยใช้พื้นที่ของกรมทางหลวง ขณะเดียวกันก็จะมีการดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาด้วย เช่น การดึงบริษัทเอกชนรายใหญ่มาร่วมพัฒนา เช่น บริษัท ปตท. มาร่วมดำเนินงานในรูปแบบสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในต้นเดือน พ.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน