
ลุ้นรัฐอุ้มแอพฯแท็บเล็ต
นักพัฒนาดูเงื่อนไขหนุนก่อนลุยทรูฯแนะเร่งเคาะโมเดลร่วมมือ
นักพัฒนาดูเงื่อนไขหนุนก่อนลุยทรูฯแนะเร่งเคาะโมเดลร่วมมือ
ทรูฯ เชื่อแท็บเล็ต ป.1 ช่วยกระตุ้นตลาดแอพพลิเคชันการศึกษา ชี้ปัจจัยอยู่ที่ภาครัฐเคาะโมเดลความร่วมมือ แนะนักพัฒนาเร่งสร้างผลงาน
นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจนอนวอยซ์ และ 3จี บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า โครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาของรัฐบาลที่คาดว่าจะทยอยเริ่มต้นในปีการศึกษาที่จะถึงนี้ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดแอพพลิเคชัน โดยเฉพาะแอพพลิเคชันด้านการศึกษาได้อย่างมาก ซึ่งรัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพในการเลือกโมเดลความร่วมมือกับนักพัฒนา เพื่อจูงใจให้เกิดคอนเทนต์ในลักษณะนี้เพิ่มขึ้น ถือเป็นส่วนช่วยขยายตลาดและได้คอนเทนต์ที่มีคุณภาพมากขึ้น
สำหรับโมเดลความร่วมมือนั้น ภาครัฐอาจจะสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนาคอนเทนต์และแอพพลิเคชันและบันเดิล หรือผนวกไปพร้อมกับแท็บเล็ตที่จะแจกให้กับนักเรียน หากไม่ทันเวลาก็สามารถเปิดให้อัพเดตคอนเทนต์ได้ วิธีต่อมา คือทำเป็นแอพพลิเคชันให้ดาวน์โหลดฟรี แต่อนุญาตให้มีโฆษณาได้บางส่วน ซึ่งการมีผู้ใช้หลายแสนคนมีโอกาสในการขายโฆษณาได้ และวิธีสุดท้าย คือพัฒนาแอพพลิเคชันเฉพาะสำหรับโรงเรียน และเก็บรายได้จากการใช้งาน
“แต่ละโมเดลต่างกัน แต่รัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือ ส่วนทางทรูเองก็มีคอนเทนต์ด้านการศึกษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทรูทำมาตั้งแต่แรกแล้ว เช่น โครงการปลูกปัญญา จริงอยู่ว่าแต่ละโรงเรียนสามารถพัฒนาคอนเทนต์มาแลกเปลี่ยนกันได้ แต่ถ้ามีแอพพลิเคชันดีๆ ทยอยออกมาตลอดทั้งปีให้นักเรียนได้ดาวน์โหลดไปใช้ ก็เป็นการสร้างความน่าสนใจมากขึ้น” นายพิรุณ กล่าว
แหล่งข่าวนักพัฒนาแอพพลิเคชันรายหนึ่ง เปิดเผยว่า สนใจที่จะพัฒนาแอพพลิเคชันด้านการศึกษาเช่นกัน แต่ต้องรอดูการสนับสนุนที่ชัดเจนจากรัฐบาลก่อน ซึ่งรัฐบาลสามารถดำเนินการผ่านซิป้า หรือซอฟต์แวร์พาร์คได้ เพราะเป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีโมเดลธุรกิจที่แน่นอน ก็คงชะลอไว้ก่อน แม้จะมีกลุ่มผู้ใช้ 8-9 แสนคนรออยู่ แต่ประเด็นสำคัญคือต้องมีความชัดเจนก่อน
ทั้งนี้ มูลค่าตลาดแอพพลิเคชันในปัจจุบันยังไม่สามารถประเมินมูลค่าที่ชัดเจนได้ เพราะมีโมเดลการเก็บเงินที่หลากหลายมาก ทั้งขายแอพพลิเคชันโดยตรง และการให้ดาวน์โหลดฟรีแต่มีโฆษณา แต่ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาดแอพพลิเคชันเติบโตได้ ต้องมีการแบ่งส่วนแบ่งรายได้ที่เอื้อต่อนักพัฒนา เช่น แอนดรอยด์และแอปเปิลมีการเก็บ 30% ถือว่ายังสูงไป ขณะที่ทรูมีการเก็บส่วนแบ่ง 20%
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า มีการเพิ่มจำนวนการจัดซื้อจัดจ้างแท็บเล็ตเป็น 1 ล้านเครื่อง จากเดิม 9 แสนเครื่อง และเพิ่มวงเงินในการจัดซื้อไม่เกิน 3,000 ล้านบาท จากเดิม 1,900 ล้านบาท ซึ่งตามสัญญาแท็บเล็ตราคา 82 เหรียญ หรือประมาณ 2,400–2,600 บาท ทั้งหมดจะเป็นรายละเอียดที่ระบุไว้ในร่างสัญญา และอาจซื้อเครื่องเพิ่มได้ในราคาเท่ากันหรือต่ำกว่า
ขณะที่เครื่องต้นแบบที่บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ นำมาแสดง ก่อนหน้านี้ เจ้ากระทรวงไอซีทีได้รับตัวอย่างแท็บเล็ต ที่บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ ได้คัดเลือกให้จัดหามาแสดง โดย มีหน้าจอ 7 นิ้ว แต่เครื่องจริงจะใช้ชิปประมวลผลที่ดีกว่า อีกทั้งตัวเครื่องมี 3 สีให้เลือก คือ แดง เมทัลลิก และฟ้า รวมถึงมีการติดตั้งซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชันด้านการศึกษาไว้บางส่วน







