posttoday
พล.ท.สบโชค ศรีสาคร ทีวีพูลไม่ได้ละเลยเองแผ่นดินไหว

พล.ท.สบโชค ศรีสาคร ทีวีพูลไม่ได้ละเลยเองแผ่นดินไหว

14 เมษายน 2555

“การที่ไม่ถ่ายทอดเหตุแผ่นดินไหวทุกช่อง เพราะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ และงานพระราชพิธีก็เป็นพิธีสำคัญมากของประเทศไทย

โดย...ทีมข่าวธุรกิจ-ตลาด

“การที่ไม่ถ่ายทอดเหตุแผ่นดินไหวทุกช่อง เพราะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ และงานพระราชพิธีก็เป็นพิธีสำคัญมากของประเทศไทย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายตั้งใจทำงาน คนที่ตามข่าวอาจเข้าใจผิดคิดว่าทีวีพูลไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ขอยืนยันว่าเราทำกันตลอด ไม่ได้ละเลยสิ่งที่จะกระทบกับประชาชนแน่นอน”

พล.ท.สบโชค ศรีสาคร เลขานุการบริหารสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือทีวีพูล ชี้แจงถึงประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด ทั้งช่วงเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 11 เม.ย. จนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี

แต่การที่ทีวีพูลไม่ได้ตัดเข้ารายงานสดสถานการณ์ที่อาจจะเกิดสึนามิ 6 จังหวัดภาคใต้ในวันนั้นก็ยังคงถูกตั้งข้อสงสัยจนถึงวันนี้ ซึ่ง พล.ท.สบโชค พร้อมที่จะชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

“ระหว่างที่จะถ่ายทอดงานพระราชพิธี ซึ่งเริ่มในเวลา 4 โมงกว่า (16.15-18.35 น.) มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อประชาชนใน 6 จังหวัดภาคใต้ ทีวีพูลจึงได้ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทุกช่องว่า ข้อมูลดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด โดยขอข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้จากศูนย์เตือนภัยฯ”

พล.ท.สบโชค ศรีสาคร ทีวีพูลไม่ได้ละเลยเองแผ่นดินไหว

จากนั้นนำข้อมูลเหล่านี้มาคุยกันในกลุ่มกรรมการผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ทั้งหมดว่าจะทำอย่างไร ในระหว่างที่มีงานพระราชพิธีสำคัญ และมีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเกิดขึ้น ซึ่งขั้นตอนแรกทีวีพูลได้ขอข้อมูลเพื่อเตรียมแจ้งเตือนเป็นตัวอักษรวิ่งผ่านทีวีทุกช่อง ในที่สุดก็ตัดสินใจขึ้นตัวอักษรวิ่งในทีวีทุกช่อง ระหว่างถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี

ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ส่งอักษรวิ่งรวมประมาณ 140 นาที หรือคิดเป็นสัดส่วน 70% ของช่วงเวลาการถ่ายทอดสดเพื่อแจ้งเตือนประชาชน ระหว่างนี้ทางทีวีพูลมีแผนในการทำงานด้วยว่าจะดำรงสถานีโทรทัศน์สำหรับถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีไว้ 3 สถานี คือ ช่อง 5 ช่อง 3 และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือเอ็นบีที

ขณะที่อีก 3 ช่อง คือ ช่อง 7 โมเดิร์นไนน์ และไทยพีบีเอส มีแผนชัดเจนว่า หากสถานการณ์หรือข่าวสารที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อประชาชนมาก ก็ต้องถอดสัญญาณงานพระราชพิธีไปเกาะติดเหตุการณ์แทน

พล.ท.สบโชค กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นทีวีสาธารณะ จำเป็นต้องรายงานข่าวให้ประชาชนทราบ ทางไทยพีบีเอสจึงได้แจ้งของดรับสัญญาณถ่ายทอดสดจากทีวีพูลเพื่อไปเกาะติดสถานการณ์แผ่นดินไหว ขณะเดียวกันทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และโมเดิร์นไนน์ ก็เตรียมพร้อมจะถอดสัญญาณทีวีพูลออกเช่นกัน แต่อยู่ในขั้นเฝ้าดูสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ระหว่างไทยพีบีเอสออกอากาศเกาะติดเหตุแผ่นดินไหว ทางทีวีพูลยังคงทำอักษรข่าวตัววิ่งให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องแจ้งเตือนประชาชน ในช่วงที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติแจ้งเตือนว่าอาจจะเกิดความเสียหาย 20-30 จุด พร้อมขึ้นตัววิ่งชัดเจนว่า หากประชาชนต้องการทราบสถานการณ์เพิ่มเติม ให้ติดตามสถานการณ์ล่าสุดจากช่องไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นตัววิ่งในงานพระราชพิธี เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบ ถือว่าทีวีพูลทำสมบูรณ์ที่สุดแล้ว

“ในความเห็นส่วนตัว ทีวีพูลมีแผนปฏิบัติและแผนรองรับสถานการณ์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ทำตัววิ่ง ตามด้วยรายงานช่องหนึ่งถอดออกไป การแจ้งให้ประชาชนรับทราบ และเวลาต่อมาช่อง 7 และโมเดิร์นไนน์ จึงงดสัญญาณทีวีพูล และไปเกาะติดรายงานสถานการณ์เช่นกัน” เลขานุการบริหารทีวีพูล กล่าว

นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าการรายงานของสถานีข่าวยังไม่ใช่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตรงนั้น แต่เป็นการสัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์หรือนักวิชาการ ที่คาดการณ์พื้นที่ที่จะเกิดเหตุเพื่อแจ้งเตือนประชาชน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดี

“สำหรับทีวีพูลยังต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีต่อไป เพราะเป็นงานสำคัญของประเทศ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันก็ได้รายงานข่าวพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งสิ่งที่ทีวีพูลทำ มีแผน มีขั้นตอน และหารือกันตลอดในการทำงาน ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะทำอะไรโดยพลการ เราหารือตลอด ผู้บริหารทุกท่าน ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เกาะติดสถานการณ์ตลอด ซึ่งศูนย์ถ่ายทอดสดที่นี่ (กองสลากกินแบ่งรัฐบาล คอกวัว) ก็เอาคนที่ว่างจากการถ่ายทอดสดไปหาข้อมูลว่าอะไรเป็นข้อเท็จจริง เพื่อให้อักษรวิ่งที่ออกไปน่าเชื่อถือและถูกต้อง”

พล.ท.สบโชค กล่าวว่า การทำงานครั้งนี้ของทีวีพูลถือว่าถูกต้องและรอบคอบที่สุดแล้ว เพราะไม่ได้ทำคนเดียว และต้องมองด้วยว่าศูนย์ถ่ายทอดสดเป็นศูนย์ถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี เกี่ยวกับราชพิธี ไม่ใช่ศูนย์รายงานข่าว แต่ไม่ได้ละเลยที่จะหาข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมด และการดึงข่าว ดึงข้อมูล หรือจะเอาข่าวมาออกอากาศก็ต้องประสานทุกช่อง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้บริหารทุกช่อง

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้สถานีโทรทัศน์แต่ละช่องตัดสินใจเปลี่ยนจากงานพระราชพิธีไปเกาะติดเหตุแผ่นดินไหว ก็คือข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ และเหตุการณ์สดจากผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแต่ละคนจะรายงานเข้ามาตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ และทางสถานีจะแจ้งเข้ามาที่ศูนย์แห่งนี้ โดยเฉพาะช่อง 11 ซึ่งเป็นข้อมูลของทางราชการ

พล.ท.สบโชค กล่าวว่า ทีวีพูลต้องดูว่าหากสถานการณ์ตรงนั้นใช่เลย คือเกิดอะไรขึ้นตามที่คาดกันแล้ว ไม่ต้องห่วง ทีวีพูลจะถอดเหลือเพียง 2 ช่อง ทุกช่องจะลงไปเกาะติดหมดเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ตอนนั้นยังใช้คำว่า “คาดว่า” ซึ่งระหว่างนั้นทีวีพูลก็ติดตามข้อมูลและสถานการณ์จากต่างประเทศไปด้วย แต่ประเมินว่าอาจมาไม่ถึงไทยแน่นอน แล้วก็เป็นเช่นนั้น

ที่สำคัญขอย้ำว่า ทั้งหมดไม่ใช่ว่าทีวีพูลนั่งคิดกันเอาเอง แต่มีนักวิชาการที่ทำงานร่วมกัน วิเคราะห์กันถึงว่าพื้นที่ที่กีดขวางทางสึนามิเป็นอย่างไร สึนามิมีขนาดเท่าไร อยู่ตรงไหน เป็นอย่างไร จะมาถึงไทยยังไง มีการวิเคราะห์ เกาะติดข้อมูลกันตลอด และต้องมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ ซึ่งทีวีพูลวางแผนเตรียมพร้อมหมดทุกขั้นตอนแล้ว ครั้งนี้ก็ถือว่าทำได้ 90%

“ระหว่างงานพระราชพิธี ทีวีพูลทำอักษรวิ่งออกเยอะมาก ต้องขอบคุณสำนักพระราชวัง ท่านก็เห็นด้วยและเป็นห่วงเป็นใยเรื่องที่เกิดมาก พอผมประสานไปตั้งแต่เริ่มต้นเหตุแผ่นดินไหวที่ศูนย์เตือนภัยฯ ท่านบอกว่า ทำอะไรก็ทำ ขอแต่อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน จะถอดกี่ช่องก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ขอให้ประชาชนของท่านอย่าเดือดร้อน นี่เป็นความห่วงใยของเบื้องบน จะถอดกี่ช่องก็ได้ ให้ทำเต็มที่ และจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ท่านให้อิสระเราในการคิดและทำงานเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้ทีวีพูลมีอิสระในการตัดสินใจ ไม่มีความกดดันอะไรทั้งสิ้น ครั้งนี้ไม่มีการกดดันจากใคร ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือหมด จะถอดหรือจะทำกี่ช่องก็ได้” พล.ท.สบโชค กล่าว

แม้ขณะนี้เหตุการณ์ทั้งหมดจะผ่านพ้นไปด้วยดี นั่นคือไม่มีเหตุการณ์รุนแรงสะเทือนใจคนไทยเหมือนเมื่อสึนามิครั้งใหญ่ปี 2547 และประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวใน 6 จังหวัด คือ กระบี่ ภูเก็ต พังงา ตรัง ระนอง และสตูล จะกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติรับเทศกาลปีใหม่ของไทยแล้ว แต่ทีวีพูลไม่ได้ปล่อยผ่านกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“จากการทำงานครั้งนี้จะเห็นว่าไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในระหว่างถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี ดังนั้นทีวีพูลจะนำสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานครั้งนี้ รวมทั้งข้อขัดข้อง ไปเป็นบทเรียนและปรับปรุงการทำงานในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นข้อปฏิบัติร่วมกันในบรรดาสถานีโทรทัศน์ 6 ช่องที่ร่วมกันทำงานต่อจากนี้” พล.ท.สบโชค กล่าว


 

 

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย