posttoday
ราคาข้าวไทยขึ้นหิ้ง ลุ้นโชคมากกว่าฝีมือ

ราคาข้าวไทยขึ้นหิ้ง ลุ้นโชคมากกว่าฝีมือ

14 เมษายน 2555

การประกาศของ บุญทรง เตริยาภิรมย์ หลังเข้ามานั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ ไม่นาน

การประกาศของ บุญทรง เตริยาภิรมย์ หลังเข้ามานั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ ไม่นาน

ว่าจะผลักดันให้ราคาส่งออกข้าวขาวไทยขึ้นไปถึง 700 เหรียญสหรัฐต่อตัน และจะได้เห็นราคาดังกล่าวภายในกลางปี 2555 แน่นอน ซึ่งเหลือระยะเวลาอีกไม่กี่เดือน แต่หากดูจากสถานการณ์ราคาข้าวไทยที่ย่ำอยู่กับที่ในขณะนี้ ความหวังที่จะได้เห็นราคาข้าวไทยขึ้นไปถึงเป้าหมายตามแผนที่กำหนดไว้ยังคงต้องลุ้นเหนื่อย

ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่จะทำให้ข้าวไทยขึ้นไปถึง 700 เหรียญสหรัฐต่อตันได้นั้น ตัวแปรสำคัญอยู่ที่ประเทศอินเดียเป็นหลัก เพราะหากอินเดียลดปริมาณส่งออกหรือชะลอการส่งออก ก็อาจทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยขึ้นไปตามเป้าหมายได้ แต่เป็นอะไรที่ยาก หากประเมินจากสต๊อกข้าวของอินเดียที่มีมากถึง 30 ล้านตัน ประกอบกับผู้ส่งออกได้หารือกับเทรดเดอร์ของอินเดีย ซึ่งทุกฝ่ายลงความเห็นว่าอินเดียจะยังส่งออกข้าวได้ตลอดปีนี้

เว้นแต่จะเกิดภัยธรรมชาติรุนแรงกระทบต่อผลผลิตข้าวของอินเดีย อาจทำให้อินเดียต้องสำรองสต๊อกข้าวมากขึ้น ก็อาจจะลดปริมาณส่งออกหรือในขั้นเลวร้ายคืองดการส่งออกชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยมีโอกาสขึ้นไปถึง 700 เหรียญสหรัฐได้เช่นกัน แต่ต้องจับตามองเวียดนามด้วย เพราะเวียดนามยังมีข้าวส่งออกอยู่ในปริมาณมาก และปีนี้เวียดนามก็มีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นถึง 42 ล้านตัน จากปีก่อนที่ 38 ล้านตัน

ราคาข้าวไทยขึ้นหิ้ง ลุ้นโชคมากกว่าฝีมือ

 

หากจะรอให้เวียดนามและอินเดียหยุดการส่งออก อาจต้องรอถึงปลายปี ดังนั้นราคาส่งออกข้าวไทย 700 เหรียญสหรัฐ ถ้าจะได้เห็นก็คงเป็นช่วงปลายปีนี้มากกว่าที่จะได้เห็นภายในกลางปีนี้ โดยปัจจุบันราคาส่งออกข้าวขาวไทยอยู่ที่ 550 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาส่งออกข้าวเวียดนามอยู่ที่ 430 เหรียญสหรัฐต่อตัน และราคาข้าวอินเดียอยู่ที่ 440-550 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งหากจะดันให้ราคาส่งออกข้าวไทยขึ้นไป 700 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาข้าวอินเดียจะขึ้นไปถึง 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน และเวียดนามขึ้นไปถึง 650 เหรียญสหรัฐต่อตัน

“ทิศทางราคาข้าวดังกล่าวเป็นไปได้ แต่อาจยาก เพราะตอนนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่ทำให้อินเดียหยุดส่งออกได้ ดังนั้นทิศทางราคาข้าวในช่วงครึ่งปีหลัง หากไม่เกิดภัยธรรมชาติรุนแรงจนอินเดียงดส่งออก ราคาส่งออกข้าวไทยจะทรงตัวอยู่ที่ 550-600 เหรียญสหรัฐต่อตัน”

กรณีที่กระทรวงพาณิชย์จะใช้วิธีการเก็บสต๊อกข้าวที่รับจำนำมา เพื่อให้ประเทศผู้ส่งออกข้าวส่งออกข้าวให้หมดก่อนและไทยค่อยส่งออกเพื่อดันราคาขึ้นนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะหากทั้งอินเดียและเวียดนามส่งออกข้าวได้อยู่ ก็ไม่มีแรงที่จะทำให้ตลาดผู้ซื้อเกิดการช็อกจนทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับการส่งออกข้าวในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกข้าวได้ปริมาณเพิ่มขึ้นนั้น เป็นเพราะการส่งออกข้าวนึ่งเพิ่มขึ้นเป็นหลัก จากปกติส่งออก 5-6 หมื่นตันต่อเดือน เพิ่มเป็น 2 แสนตันต่อเดือน เนื่อกจากประเทศไนจีเรียมีการเก็บภาษีนำเข้าภายในเดือน มิ.ย.นี้ ทำให้ต้องเร่งนำเข้าข้าวมาเก็บสต๊อกไว้ ปกติแล้วไนจีเรียจะสั่งซื้อข้าวนึ่งจากอินเดียจำนวนมาก แต่คาดว่าอินเดียคงส่งมอบให้ไม่ทัน จึงเร่งซื้อข้าวนึ่งกับทางไทย ทำให้ตัวเลขส่งออกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น หลังจากนี้เชื่อว่าปริมาณการส่งออกข้าวไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติคือส่งออกได้แค่ 4-4.5 แสนตันต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นผลจากราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่ง

สมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย มองว่า ราคาส่งออกข้าวที่จะขึ้นไปถึง 700 เหรียญสหรัฐต่อตัน จะต้องมีปัจจัยสนับสนุน คือ อินเดียไม่ส่งออกข้าวตลอดปีนี้ และมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น จนทำให้ผลผลิตข้าวในตลาดโลกเสียหายหนัก ซึ่งแนวโน้มมองว่าภัยธรรมชาติมีโอกาสเป็นไปได้สูง เนื่องจากโลกร้อนและมีการประเมินว่าปรากฏการณ์เอลนินโญจะมาเร็วขึ้นในปีนี้ ส่งให้ราคาธัญพืชปรับขึ้นทั่วโลกและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อินเดียต้องงดส่งออกข้าว เพื่อมาสำรองสต๊อกอาหารในประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติที่จะมีผลต่อราคาข้าวนั้น กลางปีนี้อาจยังไม่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าหากจะเกิดและได้รับผลกระทบคาดว่าอยู่ในช่วงประมาณไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นได้ในไตรมาส 4 หรือปลายปีนี้

ขณะที่ สุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด ผู้ผลิตข้าวตราฉัตร ประเมินว่า ราคาส่งออกข้าวไทยจะสูงขึ้นหรือไม่นั้น ต้องประเมินทิศทางส่งออกข้าวของอินเดียเช่นเดียวกัน เนื่องจากอินเดียเป็นผู้ส่งออกที่สำคัญอีกรายของโลกและมีปริมาณข้าวจำนวนมาก แต่ราคาข้าวอินเดียถูกกว่าข้าวเวียดนามที่เป็นผู้ส่งออกข้าวเบอร์สองของโลก รองจากไทยที่เป็นผู้ส่งออกข้าวเบอร์หนึ่ง

ราคาข้าวไทยที่จะขึ้นไปถึง 700 เหรียญสหรัฐต่อตัน ก็มีความเป็นไปได้ เห็นได้จากราคาส่งออกข้าวนึ่งได้ปรับตัวสูงขึ้น จากตันละ 500 เหรียญสหรัฐ ขึ้นมาอยู่ที่ 600 เหรียญสหรัฐแล้ว ดังนั้นตัวแปรจะอยู่ที่อินเดียเป็นหลัก หากเกิดภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนินโญจะทำให้อินเดียอาจกลับมาชะลอการส่งออกช่วงเดือน ก.ย.เป็นต้นไป เพื่อสำรองสต๊อกข้าวไว้ใช้ในประเทศ ซึ่งจะทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยปลายปีมีโอกาสขยับขึ้นไปได้ตามเป้าหมาย

การคาดการณ์ปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติว่าจะเกิดขึ้นและจะส่งผลไปในทิศทางใด ยังคาดเดาได้ยาก เพียงแค่ขณะนี้ประเมินว่ามีโอกาสเกิดขึ้นเท่านั้น จากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นไปทั่วโลก ซึ่งต้องติดตามและประเมินผลกระทบเป็นระยะๆ หรืออาจต้องประเมินทุกๆ 3 เดือน

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน