posttoday
ไขไอเดียกับสถาปนิก'55รับ"ก้อนน้ำ" อย่างยั่งยืน

ไขไอเดียกับสถาปนิก'55รับ"ก้อนน้ำ" อย่างยั่งยืน

10 เมษายน 2555

“ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่” ประเด็นใหญ่ใจความที่ยังคงเป็นคำถามยอดฮิต ไม่แพ้ราคาข้าวแกง หรือค่าจ้าง 300 บาท เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังรู้สึกหวั่นไหวกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งมโหฬารเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยผลกระทบที่แผ่ขยายวงกว้างขวาง ไล่ตั้งแต่บ้านเรือน พืชสวนไร่นา ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อรูปแบบชีวิตและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

“ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่” ประเด็นใหญ่ใจความที่ยังคงเป็นคำถามยอดฮิต ไม่แพ้ราคาข้าวแกง หรือค่าจ้าง 300 บาท เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังรู้สึกหวั่นไหวกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งมโหฬารเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยผลกระทบที่แผ่ขยายวงกว้างขวาง ไล่ตั้งแต่บ้านเรือน พืชสวนไร่นา ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อรูปแบบชีวิตและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

หลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์น้ำมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ หลายฝ่ายต่างก็พยายามหาทางแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นใหม่

ในเรื่องนี้ ทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เผยมุมมองของสถาปนิกเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในเมืองไทยว่า ความจริงแล้วคนไทยเราใช้ชีวิตอยู่กับน้ำมาตั้งแต่อดีต แต่กลับมีความเข้าใจเรื่องน้ำกันอย่างผิวเผิน พอเกิดปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้นมา เราถึงหันกลับมามองเรื่องน้ำกันอย่างจริงจัง

เห็นได้ชัดจากการพยายามปรับตัวของผู้คนโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการย้ายที่อยู่อาศัย การซ่อมแซมและต่อเติมบ้าน รวมทั้งการดีดบ้านให้สูงขึ้นเพื่อหนีน้ำ จนทำให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเริ่มคึกคักตั้งแต่ต้นปี

“เรื่องของน้ำยังมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่จะตัดสินใจเลือกทำเลที่น้ำไม่ท่วม ขณะเดียวกันตลาดคอนโดมิเนียมก็มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้บริโภคมองว่าหากอยู่ในที่สูงย่อมปลอดภัยจากน้ำท่วมได้มากกว่า ส่วนตลาดวัสดุก่อสร้างรวมไปถึงสินค้าเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายในก็ต้องปรับจุดขาย เน้นวัสดุที่มีคุณสมบัติทนทาน พร้อมรับมือกับน้ำได้อย่างสบายใจมากขึ้น” ทวีจิตร กล่าว

อีกหนึ่งแนวทางเพื่อตอบโจทย์ความสนใจไอเดียการอยู่ร่วมกับน้ำของคนไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพสถาปนิก และบริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จัดงานสถาปนิก 2555 ขึ้นในวันที่ 24–29 เม.ย.นี้ ที่อาคารชาเลนเจอร์ 13 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด Water Brick หรือก้อนน้ำ

สำหรับคอนเซปต์ดังกล่าว ได้เริ่มคิดตั้งแต่ก่อนจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะเล็งเห็นความสำคัญของน้ำที่มีต่อการดำเนินชีวิตของคนไทย จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้ถึงแก่นของน้ำที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต แล้วเราจะดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับน้ำหรือใช้ประโยชน์จากน้ำให้คุ้มค่าอย่างไร

ความน่าสนใจของงานด้านสถาปัตยกรรมประจำปีที่ยกระดับจากงานอันดับหนึ่งของประเทศ สู่งานระดับนานาชาติ ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของบรรดาสถาปนิกและนักออกแบบทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประชาชนทั่วไปต่างให้การยอมรับและรอคอยที่จะพบกับสาระความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และทิศทางการสร้างสรรค์งานด้านสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัย พร้อมให้บริการประชาชนในด้านงานสถาปัตยกรรมไว้อย่างครบวงจร บนอาคารชาเลนเจอร์ 13ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี

งานดังกล่าวจะแบ่งออกเป็นโซนจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) สินค้าด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง 2) สินค้าด้านสุขภัณฑ์และเครื่องครัว 3) สินค้ากระเบื้อง หินอ่อน หินแกรนิต อุปกรณ์ติดตั้งกระเบื้อง 4) สินค้าสี วัสดุตกแต่ง เครื่องเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้า 5) สินค้าด้านประตู หน้าต่าง รั้ว 6) สินค้าเกี่ยวกับหลังคา ฉนวน วัสดุกันรั่วซึม และ7) สินค้าบริการด้านพลังงานทดแทนและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

โซนกิจกรรมให้ความรู้ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ผู้ร่วมงานให้ความสนใจอย่างเนืองแน่น โดยปีนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ “ก้อนน้ำ” ผ่านนิทรรศการ 7 โซนสำคัญ ได้แก่ 1. เรียนรู้จากเมื่อวาน : Learning from YESTERDAYS 2. น้ำกับเมือง : Architecture and Cities 3. อย่างนี้พี่เค้าก็อยู่กันได้ : Thailand’s settlement with water 4. ในหลวงกับ “น้ำ” : Our King and water 5. ที่อื่นเค้าทำกันยังไง : Global case studies on Architecture with water 6. อยู่อย่างนี้ก็ได้ : 6 Water cities และ 7. น้ำกับวันพรุ่งนี้ : Visionary water architecture รวมทั้งการสัมมนาวิชาการเพื่อพัฒนาวิชาชีพสถาปนิก โดยเชิญสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรงชั้นนำของไทย อาทิ ชาติเฉลิม เกลียวปฏินนท์ (ขนุนสตูดิโอ) วสุ วิรัชศิลป์ (VaSlab) ฉัตรพงษ์ ชื่นฤดีมล และวรุตม์ สมะลาภา (b/A/R) รวมถึง International Forum ที่ได้รับเกียรติจาก David Gianotten (OMA Asia), Kentaro Takeguchi & Asako Yamamoto (Alphaville), Nader Tehrani (NADAA), Bas Princen, Makoto Tanijiri (Suppose Design Office) ที่มีผลงานโดดเด่นระดับนานาชาติ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้แง่มุมต่างๆ ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าฟังได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร จัดสัมมนาหัวข้อ “กรุงเทพฯ เมืองสร้างสวรรค์” ในวันที่ 24–25 เม.ย.นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับนานาภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้นส่วนวันที่ 27 เม.ย.นี้ เป็นการรวมพลังครั้งใหญ่ของกลุ่มเอ็นจีโอทั่วประเทศที่จะมาร่วมกันสัมมนาหาแนวทาง “พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน”

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการออกแบบ “บ้านไม่หนีน้ำ” เพื่อมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม รวมถึงประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยง โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทสถาปนิกชั้นนำมาร่วมกันออกแบบบ้านที่สามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้มากกว่า 15 แบบ แต่ละแบบจะมีแนวคิดที่แตกต่างกัน เช่น แบบใต้ถุนสูง แบบใช้วัสดุที่ปรับใช้กับน้ำท่วมได้

“สมาคมฯ มีความตั้งใจที่จะพัฒนารูปแบบการจัดงานสถาปนิก เพื่อยกระดับความน่าสนใจและผลักดันให้มีความเป็นสากลมากขึ้น โดยเน้นรวบรวมสาระความรู้ ไอเดียการออกแบบ สินค้าใหม่ๆ การให้บริการประชาชนและงานวิชาการระดับนานาชาติที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ตลอดจนเปิดโอกาสให้สถาปนิก เจ้าของโครงการ วิศวกร และผู้รับเหมาก่อสร้างได้พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างโดยตรง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและการตกแต่งโดยรวมของประเทศ อีกทั้ง ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มวิชาชีพสถาปนิก ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจจากต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อิตาลี จีน ไต้หวัน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ตอบรับเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าจะมีผู้สนใจจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมงานในปีนี้กว่า 3.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท” ทวีจิตร กล่าว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน