
‘ชัย’ยันไม่แตกพาร์‘หุ้นกรุงเทพ’
จ่ายเป็นหุ้นปันผลแทนเงินสดเพิ่มสภาพคล่องลูกค้าถือยาว
โพสต์ทูเดย์
— กรุงเทพประกันภัยยันไม่มีแผนลดพาร์ อาศัยจ่ายปันผลด้วยหุ้นเสริมสภาพคล่องในตลาดแทนนายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย (BKI) เปิดเผยว่า บริษัทยืนยันว่ายังไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงราคามูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) เพื่อให้ราคาหุ้นของบริษัทลดลงมาแต่อย่างใด แต่จะใช้วิธีจ่ายเงินปันผลโดยหุ้นสามัญเพื่อให้เกิดสภาพคล่องในตลาดแทน ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 507 ล้านบาท เป็น 760.5 ล้านบาท เพื่อรองรับการปันผลโดยหุ้นสามัญงวดสุดท้ายของในปี 2552 แล้ว ในสัดส่วน 2 หุ้นเดิมได้ 1 หุ้นฟรี ซึ่งจะทำให้บริษัทมีหุ้นเพิ่มขึ้นมาอีก 25 ล้านหุ้น แต่ก็ไม่ทำให้เงินกองทุนของบริษัทเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
นอกจากนี้ การจ่ายเงินปันผลโดยหุ้นสามัญครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่ทำมา ซึ่งบริษัทอยากให้นักลงทุนที่เข้ามาถือหุ้นบริษัทลงทุนในระยะยาว จึงไม่อยากปันผลเป็นเงินสดทันที ซึ่งผู้ถือหุ้นก็เลือกได้ว่าจะถือหุ้นไว้ยาวหรืออยากขายในตลาดเพื่อรับเงินสด และก็ไม่ทำให้ราคาหุ้นสูงไปมากนัก แต่ถ้าบริษัทเลือกใช้วิธีจ่ายเงินปันผลก็จะทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้นไปกว่านี้อีกและไม่เกิดสภาพคล่องได้
“
อีกประเด็นที่เราไม่อยากลดพาร์ จากราคาหุ้นละประมาณ 240 บาท ก่อนประกาศเรื่องเงินปันผลโดยหุ้น เพราะขณะนี้มีอยู่เพียงไม่กี่บริษัทที่มีราคาหุ้นสูงกว่าของเรา จึงเป็นการสะท้อนฐานะการเงินของบริษัทได้ ดังนั้นบริษัทประกันจึงควรแสดงความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน เรื่องของเงินกองทุน เพื่อให้ลูกค้าได้สบายใจว่าขณะนี้ฐานะการเงินของบริษัทดีขึ้น” นายชัย กล่าวสำหรับนโยบายในปีนี้ ตั้งเป้าสร้างผลกำไรให้ได้ไม่น้อยกว่าปี 2552 ที่ได้ 939 ล้านบาท โดยเน้นสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นหลัก เนื่องจากในปีที่ผ่านมารายได้จากการรับประกันภัยของบริษัทเติบโตสูงมาก ทั้งจากประกันภัยรถยนต์และประกันภัยเบ็ดเตล็ดที่ขายผ่านช่องทางธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์และช่องทางโทรศัพท์หรือเทเลมาร์เก็ตติง จึงเป็นเรื่องลำบากที่จะสร้างรายได้ให้สูงกว่าเดิม
“
ช่วง 34 ปีที่ผ่านมา เราปรับสัดส่วนเบี้ยรถยนต์ใหม่ด้วยการขึ้นค่าเบี้ย ทั้งในส่วนของรถป้ายแดง รถใหม่ หรือรถเล็กที่ลดน้อยลง ทำให้ปี 2551 เราเริ่มมีกำไรเพิ่ม และปี 2552 เราก็มีกำไรสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาได้ 60 ปี ดังนั้นในปีนี้จึงเป็นเรื่องลำบากที่จะสร้างผลกำไรสูงกว่าเดิม เพราะหากจะวิธีขึ้นเบี้ยเพื่อให้ได้กำไรดี ลูกค้าก็จะหนีไปอยู่ที่อื่นแทน แต่ถึงอย่างไรในปีนี้ก็ยังตั้งเป้าที่ทำกำไรให้ได้เพิ่มอีก 510%” นายชัย กล่าวอย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทจะมีความร่วมมือที่ชัดเจนกับธนาคารกรุงเทพ และบริษัท กรุงเทพประกันชีวิตมากขึ้น เพื่อเน้นเรื่องงานบริการและแบบประกันที่แตกต่างให้ลูกค้าได้เห็น







