
แรงงานทักษะต่ำรับกรรม300บาท
ทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ค่าจ้าง 300 บาทร้ายกว่าที่คิด กลุ่มแรงงานทักษะต่ำ
ทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ค่าจ้าง 300 บาทร้ายกว่าที่คิด กลุ่มแรงงานทักษะต่ำ
อายุน้อยไม่เกิน 25 ปี เสี่ยงตกงาน หรือถูกผลักไปทำงานนอกระบบ รับค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำ ไม่ได้รับสวัสดิการ
นายดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ทำการศึกษาผลกระทบของการดำเนินนโยบายรายได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่า 300 บาทต่อวัน พบว่ากลุ่มแรงงานอายุ 15-24 ปี ซึ่งมีทักษะต่ำ ที่มีการศึกษาในระดับมัธยมปลาย หรือต่ำกว่าเท่านั้น จะได้รับผลกระทบจากการปรับตัวของสถานประกอบการเอสเอ็มอีและกิจการขนาดใหญ่มากที่สุด จากผลการศึกษาชี้ว่าเมื่อตกงาน แรงงานส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้จะเคลื่อนย้ายไปเป็นแรงงานธุรกิจครัวเรือน ที่ไม่ได้รับค่าจ้าง หรือเป็นการว่างงานแฝง
ทั้งนี้ จากการประมาณการว่า หากค่าจ้างที่แท้จริงเพิ่มขึ้น 40% สัดส่วนการจ้างงานของแรงงานกลุ่มนี้จะลดลงจาก 81% เหลือ 70% ซึ่งเป็นการลดลงอย่างมากและมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้จะกลายเป็นผู้ว่างงาน และส่วนที่เหลือจะออกไปจากตลาดแรงงาน
“การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ แม้เป็นไปภายใต้นโยบายประชานิยมของรัฐบาลตามที่หาเสียงไว้ และก็ดูเป็นธรรมกับลูกจ้างระดับหนึ่ง แต่การขึ้นค่าจ้างมากๆ แบบฉับพลัน ก็มีโอกาสเกิดผลเสีย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่แข็งแรงพอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอี จึงควรมีมาตรการรองรับเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัว เพิ่มประสิทธิ ภาพการผลิต และสามารถเป็นแหล่งรองรับแรงงานในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบไม่ต้องถูกเลิกจ้าง หรือถูกผลักไปสู่สภาพการทำงานที่แย่ลง หากไม่เตรียมการรองรับที่ดี ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้แรงงานระดับล่างอายุน้อย ทักษะต่ำ กลับไปอยู่นอกระบบเป็นจำนวนมาก เพิ่มสัดส่วนแรงงานที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำ และกฎหมายคุ้มครองไปไม่ถึงอย่างน่าเสียดาย” นายดิลกะ กล่าว
ทีดีอาร์ไอ สรุปว่า การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำยังจำเป็นต้องมีในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างระดับล่างที่มีอำนาจต่อรองน้อย







