
‘ไทยลอตเต้’หวังโต50%
รุกใหญ่รอบ5ปีทุ่มกว่าพันล้าน ชิงส่วนแบ่งหมากฝรั่ง-บิสกิต
รุกใหญ่รอบ5ปีทุ่มกว่าพันล้าน ชิงส่วนแบ่งหมากฝรั่ง-บิสกิต
ไทยลอตเต้ทุ่มลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 5 ปีกว่า 1,000 ล้าน รุกเต็มสูบหวังโตพรวด 50% ดันยอดขาย 1,400 ล้านบาท
น.ส.วรางคณา อุทัยรัฐนิธิกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยลอตเต้ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หมากฝรั่ง บิสกิต ช็อกโกแลต และลูกอม ภายใต้แบรนด์ลอตเต้ เปิดเผยว่า ปีนี้จะเป็นปีที่บริษัทลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยใช้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ แบ่งเป็นการลงทุนเกือบ 1,000 ล้านบาท สำหรับขยายไลน์การผลิตสินค้ากลุ่มใหม่ทั้งของผลิตภัณฑ์หมากฝรั่งและบิสกิต เพื่อให้มีสินค้าครบทุกประเภท และสร้างการเติบโตให้บริษัท โดยจะเริ่มเปิดตัวสินค้ากลุ่มใหม่ในตลาดหมากฝรั่งปลายเดือนนี้ และเปิดตัวบิสกิตกลุ่มใหม่ช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ ยังใช้งบลงทุนด้านการตลาดอีก 400-500 ล้านบาท เพื่อทำตลาดสินค้าเดิมและสินค้าใหม่ที่จะวางตลาดในปีนี้เพื่อสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการรุกตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อประเภทใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
จากแผนงานดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% หรือมียอดขายรวมเพิ่มเป็น 1,400 ล้านบาท จากปกติที่เติบโตปีละ 20% โดยเฉลี่ย รวมถึงการขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ มากขึ้นด้วย นอกเหนือจากตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บริษัทเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกอยู่แล้วในปัจจุบัน
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2554 พบว่าบริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่กว่า 1,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 30% จากปี 2553 โดยแบ่งเป็นรายได้จากการส่งออก 36% และจำหน่ายในประเทศ 64% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่น่าพอใจในสภาวะที่ประเทศไทยมีปัจจัยลบหลายด้าน ส่งผลให้ตลาดหมากฝรั่งไม่มีการเติบโต และตลาดบิสกิตเติบโตน้อยมาก
น.ส.วรางคณา กล่าวอีกว่า ตลาดหมากฝรั่งมูลค่ารวม 3,600 ล้านบาท ปกติมีอัตราการเติบโตสองหลัก แต่ในปีที่ผ่านมาตลาดอยู่ในภาวะทรงตัวเนื่องจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เชื่อว่าตลาดจะกลับมาเติบโตสองหลักอีกครั้ง โดยบริษัทตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งไม่ต่ำกว่า 15-20% จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่ง 12% โดยมีเดนทีนเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่ง 58% ตามด้วยริกลี่ย์ 14% ไทรเด้นท์ 10% และอื่นๆ 6%
ขณะที่กลุ่มของหวานมูลค่าตลาดกว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดแครกเกอร์ สัดส่วน 39% บิสกิต 33% เวเฟอร์ 28% ยังมีการเติบโต 13% ซึ่งสินค้า โคอะลา มาร์ช ของบริษัทจะอยู่ในตลาดแครกเกอร์มูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่ง 20% และมีแบรนด์วอยซ์เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่ง 35% เมจิก 12% และอื่นๆ 33% ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งเป็นเกือบ 30%
“ไตรมาสแรกแนวโน้มกำลังซื้อของคนไทยกลับมาอีกครั้ง ทำให้บริษัทสามารถเติบโตถึง 30% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว” น.ส.วรางคณา กล่าว







