
เวนคืนที่ดินขุด10คลอง เพิ่มทางลัดน้ำระบายผ่านกทม.
การนำมาตรการทางผังเมืองมาใช้ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง
การนำมาตรการทางผังเมืองมาใช้ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง
หลังผ่านวิกฤตน้ำครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยส่วนหนึ่งของปัญหามาจากการปล่อยปละละเลยให้เกิดการพัฒนาอย่างไร้ทิศทาง ขาดประสิทธิภาพในการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้สภาพแวดล้อมโดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำถูกทำลายเสียหายไปจำนวนมาก
มาตรการผังเมืองจึงเป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วงวางแผน กำหนดทิศทางและแก้ไขปัญหาระยะยาว ทั้งการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ที่จำเป็นต้องวางแผนเคลื่อนย้าย ป้องกัน พื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญทั้งในระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง
รวมถึงการกำหนดพื้นที่ที่ต้องใช้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำ หรือแก้มลิง และพื้นที่ที่จะใช้เป็นทางระบายน้ำ หรือฟลัดเวย์ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในช่วงที่น้ำมามากมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งในระดับรัฐบาลโดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. กำลังดำเนินการอยู่
สำหรับในพื้นที่ กทม.ที่ได้รับความบอบช้ำทางกายภาพจากวิกฤตน้ำท่วมในปีที่ผ่านมาไม่แพ้จังหวัดอื่น ยิ่งการที่เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจด้วยแล้ว กทม.ย่อมมีความเปราะบางกว่า และเสียหายในเชิงตัวเลขมากกว่าจังหวัดอื่น เมื่อเจอภัยพิบัติในระดับเท่าๆ กัน
ความพยายามในการปกป้อง กทม. จึงจำเป็นอย่างยิ่งยวด และเป็นที่มาของการรื้อร่างผังเมือง กทม. เพื่อบรรจุแผนป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมเข้าไปในระหว่างการปรับปรุงผังครั้งที่ 3 อีกรอบ โดยเน้นการปรับปรุง การขยาย และการเชื่อมต่อคลองต่างๆ ซึ่งเป็นทางระบายน้ำตามธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคลองแนวเหนือใต้ ทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกของ กทม.
โครงการล่าสุดที่ถูกบรรจุไว้ในร่างผังเมือง กทม.ฉบับกำลังปรับปรุงอยู่นี้ ประกอบด้วย โครงการปรับปรุงคลองเพื่อการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 73 โครงการ แบ่งเป็น ฝั่งตะวันออก 38 โครงการ และฝั่งตะวันตก 35 โครงการ เช่น คลองทวีวัฒนา คลองพระยาราชมนตรี คลองภาษีเจริญ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองพระยาสุเรนทร์ คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์
โครงการขยายคลองเพื่อการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 1 โครงการ ได้แก่ ขยายคลองทวีวัฒนาช่วงถนนเพชรเกษมถึงคลองภาษีเจริญ โครงการขุดคลองเชื่อมต่อเพื่อการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 10 โครงการ แบ่งเป็น ฝั่งตะวันออก 8 โครงการ และฝั่งตะวันตก 2 โครงการ และโครงการก่อสร้างอุโมงค์เพื่อการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นแผนเดิมที่ กทม.มีอยู่ 4 โครงการ
สำหรับการขุดคลองเพื่อเชื่อมต่อคลองเดิม เพื่อใช้เป็นเส้นทางลัด หรือบายพาสของน้ำ ประกอบด้วย คลองในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. 8 โครงการ ได้แก่ คลองแปดเชื่อมต่อกับคลองลาดงูเห่า คลองลำเจดีย์ต่อกับคลองบึงเขมร คลองลำไผ่ต่อกับคลองบางขวด คลองพระยาสุเรนทร์ต่อกับคลองคู้บอน คลองลำต้นกล้วยต่อกับคลองประเวศ คลองบึงลำไผ่ต่อกับคลองสาม คลองลำต้นไทรต่อกับคลองบึงใหญ่ คลองศาลาลอยล่างต่อกับคลองปลัดเปรียง
ขณะที่พื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันตกมี 2 โครงการ ที่จะขุดคลองเชื่อมต่อ ได้แก่ คลองทวีวัฒนาเชื่อมกับคลองเลนเปน และคลองรางขี้เหล็กต่อกับคลองระหาญ ซึ่งโครงการทั้งหมดจะควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ใช้ประโยชน์ได้เฉพาะกรณีที่ไม่มีการก่อสร้างอาคารถาวร เพื่อให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่จะทำในขั้นต่อไป สามารถทำได้โดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อประชาชน
อย่างไรก็ตาม ร่างผังเมืองฉบับนี้ยังอยู่ในกระบวนการยกร่าง ซึ่งเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผังเมืองในวันที่ 26 เม.ย.นี้ จากนั้นจะนำกลับมาติดประกาศให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แสดงความเห็นอีก 90 วัน และนำมาปรับผังอีกครั้ง ก่อนส่งให้กฤษฎีกาพิจารณา และส่งกลับให้กระทรวงมหาดไทยประกาศใช้ เร็วที่สุดคือภายในสิ้นปีนี้ และช้าที่สุดต้องไม่เกินวันที่ 15 พ.ค. 2556 ซึ่งเป็นวันหมดอายุของผังฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ภาคเอกชนมองว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยใช้มาตรการทางด้านผังเมืองนั้น จะต้องเป็นการวางแผนในระยะยาว และไม่แน่ใจว่าจะนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหลายโครงการที่ถูกบรรจุไว้ในผังเมืองปัจจุบัน จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ หากรัฐบาลไม่ให้การสนับสนุน ด้วยเหตุผลทางการเมืองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับการบริหารจัดการน้ำครั้งที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การนำมาตรการทางผังเมืองมาใช้ในหลายพื้นที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะท้องถิ่นในฐานะผู้ใช้อำนาจปล่อยปละละเลย จนขณะนี้มีผังเมืองที่หมดอายุไปแล้ว 91 ผัง จาก 160 ผัง และจนถึงสิ้นปีนี้จะมีผังเมืองหมดอายุเพิ่มอีก 20 ผัง สะท้อนปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น การใช้มาตรการผังเมืองในการแก้ปัญหาน้ำท่วมจะประสบผลได้ ผู้มีอำนาจสูงสุดต้องมีความเข้าใจและหยิบมาใช้เป็นหนึ่งในเครื่องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง







