
แบงก์แซงโค้งแล้วขึ้นผู้นำบัตรเครดิต
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ชี้ธนาคารพาณิชย์ไทยผงาดขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจบัตรเครดิตแซงแชมป์เก่านันแบงก์
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ชี้ธนาคารพาณิชย์ไทยผงาดขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจบัตรเครดิตแซงแชมป์เก่านันแบงก์
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics วิเคราะห์ว่า ขณะนี้ตลาดธุรกิจบัตรเครดิตในประเทศไทยกำลังปรับเปลี่ยนจาก 5 ปีก่อน ที่บัตรเครดิตของนันแบงก์ หรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงินจะครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดประมาณ 50% ของอุตสาหกรรม ทั้งจำนวนบัตรและยอดคงค้างสินเชื่อ แต่ส่วนแบ่งตลาดและยอดคงค้างค่อยลดลงเรื่อยๆ จนในปี 2554 บัตรธนาคารพาณิชย์ไทยแซงกลับมามีส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อคงค้างสูงที่สุด 44% จากการขยายตัวที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าและการแข่งขันสูงมาโดยต่อเนื่อง ตามด้วยนันแบงก์ 39% และสาขาธนาคารต่างประเทศ 17%
ช่วงแรกๆ ภาพของการแข่งขันจะเน้นที่การทำเป้าจำนวนบัตรเครดิต จนทำให้จำนวนบัตรขยายตัวถึง 10% แต่ปรากฏว่าบัตรเครดิตจำนวนหนึ่งไม่ได้ถูกนำไปใช้ กลายเป็นต้นทุนจมของผู้ประกอบการออกบัตร ภายหลังจึงหันมาใช้กลยุทธ์จูงใจให้ผู้ถือบัตรใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้น ส่งเสริมการขายร่วมกับกิจการร้านค้าต่างๆ รวมถึงการให้เงินสดคืน อัตราการเพิ่มของจำนวนบัตรในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จึงเฉลี่ยโตเพียง 5%
ขณะที่การใช้จ่ายผ่านบัตรไม่รวมการกดเงินสดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บัตรของธนาคารพาณิชย์ไทยมีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 18% แต่ของสาขาต่างประเทศโต 10% และนันแบงก์เติบโตแค่ 8% ในขณะที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณเพียง 3% แสดงว่าการใช้จ่ายบัตรเครดิตมีธุรกรรมเพิ่มขึ้นจริง ไม่ใช่เพิ่มเพราะระดับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
ด้านการใช้จ่ายต่อบัตรของธนาคารพาณิชย์ไทยก็มีพัฒนาการดีที่สุดในกลุ่ม เมื่อพิจารณาการใช้จ่ายต่อบัตร พบว่ามีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า โดยของธนาคารพาณิชย์ไทยเพิ่ม 9% ของสาขาต่างประเทศเพิ่ม 5% และนันแบงก์เพิ่มขึ้น 1% แสดงให้เห็นว่าการขยายฐานลูกค้าด้วยการเพิ่มจำนวนบัตรยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับยอดการใช้จ่ายต่อบัตรต่อเดือนของธนาคารพาณิชย์ไทย ปัจจุบันเฉลี่ยประมาณ 5,600 บาท กระโดดขึ้นจากเดิมที่ 3,600 บาทเมื่อ 5 ปีก่อน สาขาต่างประเทศ 7,800 บาท โตจากประมาณ 6,000 บาท และการใช้จ่ายต่อบัตรของนันแบงก์แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมในอดีตที่ 3,100 บาท เป็น 3,200 บาทเท่านั้น โดยบัตรที่มีการใช้จ่ายสม่ำเสมอ มีสัดส่วนประมาณ 50% ของบัตรทั้งหมด
ด้านหนี้เสียของธุรกิจบัตรเครดิตยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำประมาณ 2% ของยอดคงค้างสินเชื่อจากเดิม 4%







