posttoday
บ้านปูรับกำไรกระเทือน10%

บ้านปูรับกำไรกระเทือน10%

06 เมษายน 2555

หาก‘บีแอลซีพี’หยุดผลิตไฟฟ้า ราคาถ่านหินขาขึ้นไตรมาส2

หาก‘บีแอลซีพี’หยุดผลิตไฟฟ้า ราคาถ่านหินขาขึ้นไตรมาส2

“บ้านปู” คาดหาก “บีแอลซีพี” หยุดผลิตไฟฟ้ากระทบกำไร 10% ยังมั่นใจ “ริโอฯ” ไม่ผิดสัญญาส่งมอบถ่านหิน

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บ้านปู (BANPU)เปิดเผยว่า โรงไฟฟ้าของบีแอลซีพี (BLCP) จะต้องหยุดดำเนินการ หากริโอ ทินโต (Rio Tinto) ผู้จัดหาถ่านหินของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีไม่สามารถส่งถ่านหินให้ได้ เพราะคงไม่คุ้มค่าหากต้องไปซื้อถ่านหินในตลาดปัจจุบันซึ่งมีราคาสูงกว่ามาก และอาจส่งผลกระทบต่อกำไรโดยรวมของบ้านปูประมาณ 10% เนื่องจากบริษัทถือหุ้นบีแอลซีพีอยู่ประมาณ 50%

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่า ริโอ ทินโต จะทำผิดสัญญาหยุดส่งมอบถ่านหิน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทก็พยายามบริหารให้ริโอ ทินโต สามารถจัดส่งถ่านหินให้ได้ตามกำหนด โดยระบุออกมาเป็นแผนแต่ละปี ซึ่งในปีนี้ได้มีการกำหนดรายละเอียดของการส่งมอบถ่านหินไว้หมดแล้ว จึงเชื่อว่าคงยังไม่มีผลกระทบอะไร

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตถ่านหินจากอินโดนีเซียอีก 2 ล้านตัน จาก 25 ล้านตัน ในปี 2554 เป็น 27 ล้านตันในปีนี้ และเพิ่มกำลังผลิตถ่านหินจากออสเตรเลียอีกประมาณ 1 ล้านตันกว่า จากระดับ 14 ล้านตันกว่า เป็น 16 ล้านตัน ขณะที่บริษัทได้กำหนดราคาขายถ่านหินล่วงหน้าไปแล้วเกิน 60% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 30% จะขายในราคาตลาด ซึ่งคาดว่าจะไม่ต่ำกว่าปีที่แล้ว

“ราคาถ่านหินในช่วงต้นปีค่อนข้างสูง อยู่ในระดับประมาณ 124-125 เหรียญต่อตัน แต่ขณะนี้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 108-110 เหรียญต่อตัน คาดว่าในช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป ราคาถ่านหินจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากมีคำสั่งซื้อจากจีนและอินเดียเข้ามามากขึ้น” นายชนินท์ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัทออกและจำหน่ายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท อายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อนำมาชำระเงินกู้เดิม ซึ่งจะช่วยลดภาระเงินกู้ที่มีต่อสถาบันการเงินและเป็นการปรับระดับต้นทุนทางการเงินให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดย ณ สิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัทมีหนี้สินทั้งหมด 9.33 หมื่นล้านบาท เป็นเงินกู้ระยะยาวประมาณ 5.14 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการระดมทุนเพื่อซื้อกิจการของ Centennial นอกจากนี้ยังมีหุ้นกู้สกุลเงินบาทอีกประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท

“สิ้นเดือน มี.ค. 2555 เรามีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ประมาณ 0.76 เท่า ซึ่งจากการศึกษาของเราพบว่ายังสามารถออกหุ้นกู้ได้อีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยหากออกเต็มจำนวนนี้ก็จะทำให้ดี/อีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.03 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก และไม่มีความเสี่ยงต่อฐานะทางการเงิน ขณะที่การออกหุ้นกู้ครั้งนี้จะทำให้ต้นทุนการเงินมีความเหมาะสม และยังมีเงินทุนเตรียมไว้สำหรับลงทุนซื้อกิจการในอนาคต” นายชนินท์ กล่าว

ด้านการซื้อขายหุ้น BANPU ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอีก 10 บาท หรือ 1.66%ปิดที่ระดับ 594 บาท เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องบ้านปูจะได้รับผลกระทบจากบีแอลซีพีแล้ว และรัฐบาลอินโดนีเซียยังมีแผนเก็บภาษีส่งออกถ่านหินและโลหะพื้นฐาน 25% ในปีนี้และเพิ่มเป็น 50%ปีหน้า แต่ข่าวนี้ยังไม่มีข้อสรุป

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน