
หนุนผู้ส่งออกลุยตลาดออสซี
กระตุ้นผู้ส่งออกไทยเจาะตลาดออสเตรเลียเพิ่ม รับแนวโน้มกำลังซื้อเพิ่มจากเศรษฐกิจดี ชี้สินค้าสุขภาพ อาหาร เครื่องดื่มออร์แกนิกมาแรง
กระตุ้นผู้ส่งออกไทยเจาะตลาดออสเตรเลียเพิ่ม รับแนวโน้มกำลังซื้อเพิ่มจากเศรษฐกิจดี ชี้สินค้าสุขภาพ อาหาร เครื่องดื่มออร์แกนิกมาแรง
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการส่งออกได้รายงานตลาดส่งออกประเทศออสเตรเลียมีแนวโน้มสดใสมากขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่ารายได้ต่อหัว หรือจีดีพี อยู่ในระดับ 41,208 เหรียญสหรัฐ ในปี 2554 เพิ่มขึ้น 3.07% ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคของชาวออสซีมีแนวโน้มจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นจากนี้จนถึงปี 2563
แนวโน้มดังกล่าวส่งผลดีต่อการส่งออกโดยรวมของไทย เนื่องจากผู้นำเข้ามีกำลังในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องแสดงให้ผู้นำเข้าเห็นถึงจุดแข็งและข้อแตกต่างของสินค้าจากไทยต่อสินค้าจากประเทศคู่แข่งที่สำคัญ ได้แก่ จีน ซึ่งสินค้าจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพ ความสะอาด และกระบวนการผลิต แต่ได้เปรียบที่ต้น ทุนการผลิตต่ำ
ด้านนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า ธุรกิจที่มีแนวโน้มดีในตลาดออสเตรเลีย ได้แก่ ธุรกิจสุขภาพ ผู้บริโภคชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญกับสุขภาพมาก ทั้งในส่วนของอาหารและการออกกำลังกาย โดยกระแสที่สำคัญของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ สินค้าออร์แกนิก สินค้าที่มีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ แม้ว่าสินค้าออร์แกนิกจะมีราคาสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันก็ตาม
นอกจากนี้ ยังนิยมการออกกำลังกาย เช่น การสมัครเป็นสมาชิกศูนย์ออกกำลังกาย การเล่นโยคะ การวิ่งตามสวนสาธารณะ การปั่นจักรยานไปทำงาน เป็นต้น ส่งผลให้เกิดการขยายตัวสำหรับตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องด้วย
ปัจจุบัน ผู้บริโภคนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ทำให้ร้านค้าปลีกเริ่มหันมาเพิ่มช่องทางการสั่งซื้อทางนี้ ผู้ส่งออกไทยควรใช้โอกาสนี้ให้เข้ามาขยายตลาดในออสเตรเลียได้โดยใช้ต้นทุนไม่สูง และเข้าถึงผู้บริโภคชาวออสซีอย่างทั่วถึงในการเจาะตลาดสินค้าสุขภาพ อาหาร และสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นอีกธุรกิจที่มีแนวโน้มดี สามารถแบ่งตลาดออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ภายในบ้าน มีส่วนแบ่งตลาดถึง 60% และเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในที่ทำงานมีส่วนแบ่งตลาด 40% ทั้งสองกลุ่มเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 40% โดยชาวออสซีหันมาให้ความสำคัญกับการตกแต่งบ้านและสถานที่ทำงานมากขึ้น โดยแหล่งนำเข้าที่สำคัญได้แก่ จีน มาเลเซีย ไทย สำหรับสินค้าประเภทไม้ ส่วนอิตาลี สำหรับสินค้าประเภทหนัง







