
เชียร์ปตท.ขยายท่อก๊าซ
สร้างเพิ่มเส้นชลบุรีถึงสระบุรีลดอุบัติเหตุจากขนส่งทางบก
สร้างเพิ่มเส้นชลบุรีถึงสระบุรีลดอุบัติเหตุจากขนส่งทางบก
หนุน ปตท.ลงทุนวางท่อขนส่งแอลพีจีจากชลบุรีถึงสระบุรี ลดขนส่งทางรถยนต์ เพิ่มศักยภาพจ่ายก๊าซไปเหนือจรดอีสาน
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ปตท.อยู่ระหว่างศึกษาโครงการวางระบบขนส่งก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ทางท่อ จากคลังจ่ายก๊าซแอลพีจีบ้านโรงโป๊ะ จ.ชลบุรี ไป จ.สระบุรี เพื่อช่วยลดการขนส่งแอลพีจีทางบกและสามารถกระจายก๊าซไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รวดเร็วขึ้น
ในอนาคตการขนส่งแอลพีจีทางรถยนต์จะมีปัญหามาก ทั้งในด้านปริมาณที่สูงและมาตรการเข้มงวดในเรื่องความปลอดภัย หากขนส่งแอลพีจีทางท่อได้จะเป็นเรื่องที่ดี เกิดความสะดวก และช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนนด้วย
นอกจากนี้ ยังมีแผนศึกษาสร้างคลังเก็บแอลพีจีแห่งใหม่รองรับความต้องการใช้ที่มากขึ้น แบ่งเป็น 2 เฟส คือ เฟสแรก ขยายคลังแอลพีจีเดิมที่ เขาบ่อยา จ.ชลบุรี จาก 1.3 แสนตันต่อปี เป็น 2.5 แสนตันต่อปี ส่วนเฟส 2 สร้างคลังแอลพีจีแห่งใหม่ 2.5 แสนตันต่อปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหาพื้นที่ที่เหมาะสม และเป็นแผนที่ควรเร่งดำเนินการ เพราะคลังแอลพีจีที่เขาบ่อยาไม่สามารถจัดเก็บได้มากกว่านี้ อาจไม่เพียงพอกับปริมาณการใช้ที่จะสูงขึ้นในระยะยาว
“ก่อนหน้านี้ได้หารือกับผู้บริหาร ปตท.ถึงการวางท่อแอลพีจีจาก จ.ชลบุรี ไป จ.สระบุรี จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องขนส่งทางถนน ถ้าจะทำต้องรีบ เพราะต้องใช้เวลาพอสมควร” นายวีระพล กล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2553 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เคยมีมติให้สร้างคลังแอลพีจีแห่งใหม่ มอบหมายให้ ปตท.ไปดำเนินการศึกษา เบื้องต้นคาดการณ์ว่าต้องใช้เงินกว่า 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 4-5 ปี แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการสรุปรายละเอียดที่ชัดเจน ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าแอลพีจีสูงขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันนำเข้าสูงถึง 1.8 แสน ตันต่อเดือน จากปีก่อนที่มีการนำเข้าเฉลี่ยเดือนละ 1.3 แสนตันเท่านั้น จึงจำเป็นต้องหาสถานที่มารองรับการจัดเก็บแอลพีจีเพิ่มขึ้นแทนที่จะใช้เรือเป็นคลังลอยน้ำเก็บแอลพีจีซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง
ขณะที่การกำหนดมาตรการคุมเข้มรถขนส่งแอลพีจี 1,546 คันทั่วประเทศนั้น จะหารืออีกครั้งในวันที่ 11 เม.ย. ถึงมาตรการเพิ่มเติม โดยเฉพาะการควบคุมพฤติกรรมของคนขับรถ เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากความประมาทของพนักงานขับรถ จึงเสนอให้ตรวจสอบประวัติการขับรถ หากพบว่าเคยมีคดีอุบัติเหตุจะถูกขึ้นบัญชีดำห้ามขับรถขนส่งแอลพีจีทันที รวมทั้งจำกัดโซนนิงห้ามรถแอลพีจีเข้าเขตชุมชน เป็นต้น







