posttoday
รางวัลของกองทุนยอดเยี่ยม ปี 2555

รางวัลของกองทุนยอดเยี่ยม ปี 2555

03 เมษายน 2555

โดย...ธีระ ภู่ตระกูล

โดย...ธีระ ภู่ตระกูล

ประการแรก ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในคณะกรรมการตัดสินและจัดงาน M&W LTF/RMF Fund Awards and Morningstar Fund Awards Thailand ปี 2012 และผมขอแสดงความยินดีต่อผู้ที่ชนะของปีนี้

ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2554 มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหารจัดการของกองทุนหุ้นไทยมีทั้งสิ้น 2.31 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนรวม LTF/RMF ถึง 80% กล่าวเฉพาะกองทุนรวม LTF นั้น มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 1.53 แสนล้านบาท ส่วนกองทุนรวม RMF ที่ลงทุนในหุ้น มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรองลงมาเป็น 2.2 หมื่นล้านบาท

nเกณฑ์การพิจารณา

วัตถุประสงค์สำคัญของการมอบรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมประเภทต่างๆ ก็เพื่อเป็นการชื่นชมและประกาศเกียรติคุณแก่ผู้จัดการกองทุน ที่มีผลดำเนินงานโดดเด่นต่อเนื่องสม่ำเสมอ ในช่วงระยะเวลาการลงทุนที่ยาวพอสมควร รางวัล 3 รางวัลของกองทุนยอดเยี่ยม LTF/RMF มีเกณฑ์พิจารณาหลัก 3 ประการ คือ :

1.ผลดำเนินงานที่ดีในด้านของผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ที่ปรับเรื่องความเสี่ยง (Risk Adjusted Return Track Record)

2.อัตราส่วนค่าใช้จ่าย (Total Expense Ratio)

3.การหมุนเวียนของสินทรัพย์ในพอร์ตลงทุน (Portfolio Turnover)

nข้อสังเกตทั่วไป

1.มีช่องห่างมากระหว่างผู้ที่ชนะและผู้ที่แพ้ : เมื่อสิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค. 2554 มีกองทุนรวม LTF 33 กอง มีผลดำเนินงานที่ดีหลังจากคำนวณปัจจัยความเสี่ยงแล้ว กองที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุดสามารถทำได้สูงถึง 114% ส่วนกองที่มีผลดำเนินงานแย่สุดนั้น ทำผลตอบแทนได้เพียง 5% เท่านั้น ช่วงห่างของผลตอบแทนที่ต่างกันมากเช่นนี้สามารถพบได้ในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่ลงทุนในหุ้นและมีผลดำเนินย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 17 กอง กองที่มีผลดำเนินงานดีที่สุดทำได้ 104% และกองที่ผลดำเนินงานแย่สุดทำได้เพียง 4%

2.กองทุนรวม LTF/RMF ที่ลงทุนในหุ้นส่วนมากมีผลดำเนินงานต่ำกว่าดัชนีเปรียบเทียบ (Benchmark ในที่นี้หมายถึงดัชนี SET50) โดยเฉลี่ยประมาณ 70% ของกองทุนรวม LTF/RMF ที่ลงทุนในหุ้นไม่สามารถทำผลดำเนินงานชนะดัชนีเปรียบเทียบ SET50 มีเพียง 9 ใน 33 กองทุนรวม LTF และ 5 ใน 17 กองทุนรวม RMF ที่ลงทุนในหุ้น ที่มีผลดำเนินงานชนะดัชนี SET50 เหตุที่เป็นเช่นนั้น อาจเป็นเพราะเหตุผลสามกรณีด้วยกัน : กองทุนมีอัตราส่วนค่าใช้จ่าย (TER) ค่อนข้างสูง ผู้จัดการกองทุนจำนวนมากมีการซื้อขายหุ้นระยะสั้น หรือ Short term trading สูงมาก ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีประสิทธิภาพมาก (Strong form efficiency) ในแง่ที่ราคาหุ้นสะท้อนข้อมูลที่มีการเปิดเผยให้คนทั่วไปได้ทราบ

3.อัตราส่วนค่าใช้จ่ายโดยรวมค่อนข้างสูง หากเทียบกับกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นทั่วไปที่ไม่สามารถนำเงินลงทุนมาหักค่าใช้จ่ายภาษีได้นั้น อัตราค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม LTF/RMF ที่ลงทุนในหุ้นมีค่อนข้างสูงมาก หลายกองมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 2% ต่อปี แม้แต่กองที่บริหารแบบ Passive Fund ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ากองหุ้น Index Fund ทั่วไปถึง 50% อัตราค่าใช้จ่ายโดยรวมที่สูงเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อผู้ลงทุนในระยะยาว เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงเหล่านี้จะกัดกินผลดำเนินงานกองทุน

4.อัตราการหมุนเวียนในรอบปีของพอร์ตโฟลิโอมีค่อนข้างสูง กล่าวคือกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุกมากที่สุด หรือเป็น The most active fund มีอัตราการหมุนเวียนของหุ้นในพอร์ตสูงถึง 1,700% ส่วนกองที่บริหารเชิงรับ หรือเป็น Passive Fund ก็มีอัตราการหมุนเวียนเพียง 35% เท่านั้น นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่อธิบายได้ว่าทำไม 70% ของกองทุน LTF/RMF ที่ลงทุนในหุ้นจึงไม่สามารถเอาชนะดัชนี SET50 ได้ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของตลาด (Current Market Dividend Yield) ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3% ซึ่งดูเหมือนกับว่าไม่สูงมากนัก แต่ว่ารายได้ที่มาจากเงินปันผลเหล่านี้สร้างผลตอบแทนให้กองทุนเกือบ 50% ของผลตอบแทนรวม (หมายถึงกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นในพอร์ตลงทุนบวกด้วยเงินปันผลที่กองทุนได้รับจากหุ้นที่ถืออยู่) กองทุนที่มีอัตราการหมุนเวียนของหุ้นในพอร์ตค่อนข้างสูงจึงมีโอกาสสูงที่จะพลาดโอกาสไม่ได้รับเงินปันผลจากหุ้นที่ลงทุนเพราะมีการหมุนเวียนของหุ้นบ่อยมาก

5.สไตล์การบริหารเชิงรุก VS เชิงตั้งรับ จากการที่กองทุนที่บริหารเชิงรุกจำนวนมากไม่สามารถเอาชนะดัชนี SET50 ได้ แนวคิดการสร้างพอร์ตที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มหลักๆ หรือ CoreSatellite จึงน่าจะได้รับความนิยม นักลงทุนสามารถใช้กองทุนดัชนีเป็นกองทุนหลักที่ลงทุน (Core Holdings) และเลือกลงทุนเพิ่มในกองทุนที่บริหารเชิงรุกและมีประวัติผลดำเนินงานที่แข็งแกร่ง (Satellite Holdings) วิธีนี้จะทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากทั้งสองส่วน

6.กองทุนตราสารหนี้ VS กองทุนหุ้น โดยทั่วไปแล้วนักลงทุนไม่นิยมเรื่องความเสี่ยง ดังนั้นทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ของกองทุนรวม RMF ที่ลงทุนในตราสารหนี้จึงมีสูงกว่ากองทุนรวม RMF ที่ลงทุนในหุ้นประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 2.2 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ สิ่งที่น่าประหลาดใจคือตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วง 5 ปีย้อนหลัง กองทุนรวม RMF ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 2.7% ส่วนกองทุน RMF หุ้นรวมที่ลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 15.2% ตัวอักษร “R” ในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพย่อมาจากคำว่า Retirement ชึ่งหมายความว่าผู้ลงทุนจะต้องใส่เงินลงทุนในกองทุนนี้ไปจนถึงอายุ 55 ปี การที่นักลงทุนใส่เงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่ลงทุนในตราสารหนี้แล้ว ได้รับผลตอบแทนในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ หมายความว่าท่านจะเกษียณอย่างไม่เป็นสุข เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนมีน้อยเกินไป

7.ท้ายที่สุด กองทุนรวมที่ได้รับดาว 5 ดวงในตารางของมอร์นิ่งสตาร์ไม่ใช่กองทุนที่ได้รับการการันตีว่าเป็นผู้ชนะเสมอไป ชีวิตการลงทุนมีความซับซ้อนมากกว่านี้ และนักลงทุนควรได้รับคำแนะนำอย่างดีเพื่อใส่ใจดูแลเงินลงทุนของตัวเอง นักลงทุนได้ใส่เงินลงทุนในกองทุนรวม LTF/RMF จนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 2 แสนล้านบาทแล้ว แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการลงทุนของตัวเองสักเท่าไรนัก ผู้ลงทุนควรเลือกลงทุนในกองทุนที่คิดค่าใช้จ่ายต่ำและกองทุนดัชนีที่มีการหมุนเวียนของหุ้นในพอร์ตต่ำ แนวทางนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนในหุ้นโดยมีอัตราความเสี่ยงต่ำที่สุด เพราะกองทุนดัชนีมีความเสี่ยงเฉพาะปัจจัยความเสี่ยงของตลาด หรือ Market Risk โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับสไตล์การลงทุน (Styles Drift) หมายถึงความนิยมที่จะโยกการลงทุนจากความนิยมชั่วขณะ (Fad) หนึ่งไปทำตามแฟชั่น ซึ่งเป็นสไตล์ที่ผู้จัดการกองทุนที่บริหารในเชิงรุกชอบทำกัน

เหมือนเช่นเคย ผมต้องจบบทความนี้ด้วยคำเตือนภาคบังคับ ผลดำเนินงานในอดีตของกองทุนและผู้จัดการกองทุนไม่ได้บ่งชี้ผลดำเนินงานในอนาคต มูลค่าของหน่วยลงทุนและรายได้ของกองทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ กองทุนทุกกองมีความเสี่ยงในการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวนการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน การกล่าวถึงกองทุนต่างๆ ไม่ควรเป็นที่เข้าใจว่าเป็นคำแนะนำให้ซื้อ หรือขายกองทุนนั้น รวมทั้งไม่ได้เป็นการคาดหมายถึงผลดำเนินงานในอนาคตของกองทุนด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน