
‘ธนชาต’ฟุ้งขยายตัวพรวดพราด
เบี้ยใหม่พุ่งตามยอดขายรถยนต์เล็งเพิ่มทุนประกันน้ำท่วมบ้าน
เบี้ยใหม่พุ่งตามยอดขายรถยนต์เล็งเพิ่มทุนประกันน้ำท่วมบ้าน
ธนชาตประกันภัยคึก ไตรมาสแรกเบี้ยฉลุยโต 25% ตามยอดขายรถป้ายแดงที่เริ่มฟื้นตัว หลังโดนพิษสึนามิและน้ำท่วม
นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันภัย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราเติบโตถึง 25% เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายรถยนต์ป้ายแดงเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติตั้งแต่ช่วงต้นปี จึงส่งผลดีต่อเนื่องให้กับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ให้กับบริษัทพอสมควร หลังจากที่มียอดจองรถตกค้างมาตั้งแต่เหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่นและน้ำท่วมใหญ่ในไทยตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในการเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากยอดรถยนต์ที่ตกค้างจากช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกิดภัยน้ำท่วมใหญ่ของไทยช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้กลับเข้ามาสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ ส่งผลดีให้กับธุรกิจมากพอสมควร ปัจจุบันฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทประมาณ 90% ก็ยังมาจากธนาคารธนชาต ซึ่งเป็นบริษัทแม่อยู่ สอดคล้องกับธุรกิจหลักของธนาคารที่ยังเป็นการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ให้กับลูกค้ารายย่อย
นายพีระพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับรถยนต์ของลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและอยู่ระหว่างซ่อมแซมกับอู่นั้น ขณะนี้ซ่อมแซมแล้วเสร็จไปแล้ว 95% เหลือที่ยังไม่เสร็จอีกประมาณ 120 คัน จากยอดรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 1,600 คัน ซึ่งรถยนต์ที่ตกค้างเป็นผลจากรออะไหล่ที่นำมาใช้ทดแทน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางเดือน เม.ย.นี้ บริษัทเตรียมเสนอขายกรมธรรม์ใหม่ เป็นประกันภัยรถยนต์ธนชาต 2 บวก ที่เพิ่มความคุ้มครองในส่วนของน้ำท่วมเข้าไปด้วย เพียงแต่ลูกค้าเสียค่าเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก 500 บาทเท่านั้น ก็จะได้ความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่ม
นอกจากนี้ ในส่วนของประกัน ภัยน้ำท่วมที่อยู่อาศัยนั้น บริษัทก็อยู่ระหว่างศึกษาค่าเบี้ยประกันในส่วนที่เกินจากความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติส่วนเกินจากวงเงินที่กองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติกำหนดที่ไว้ที่หลังละ 1 แสนบาท เนื่องจากบริษัทเห็นว่าความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ มีมากน้อยไม่เท่ากัน บริษัทจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดส่วนนี้เพิ่มเติมอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะขายประกันน้ำท่วมส่วนที่เกิน 1 แสนบาทให้กับลูกค้าได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ และภายในเดือนนี้น่าจะได้ข้อสรุปสำหรับค่าเบี้ยที่จะเรียกเก็บโดยในส่วนของกรมธรรม์ประกัน ภัยพิบัติที่บริษัทเข้าร่วมโครงการกับกองทุนประกันภัยพิบัตินั้น ขณะนี้ซื้อได้จากบริษัท
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า บริษัทประกันภัยเตรียมที่จะออกกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติที่ให้ความคุ้มครองส่วนเกินที่กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติให้ความคุ้มครองแบบจำกัดวงเงิน เพราะมองว่าความคุ้มครองขั้นต่ำที่ทางรัฐบาลดูแลนั้นยังไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน โดยจะใช้ชื่อว่า กรมธรรม์ประกันภัยธรรมชาติและส่วนเกินกองทุนภัยพิบัติ ซึ่งจะมีการคิดเบี้ยตามราคาตลาดขึ้นอยู่กับพื้นที่ความเสี่ยง ราคาเบี้ยประกันภัยจะไม่เท่ากับที่กองทุนขาย
“ถ้าเอสเอ็มอีทำประกันอัคคีภัย 100 ล้านบาท ซื้อประกันภัยพิบัติ และซื้อประกันภัยธรรมชาติและส่วนเกินกองทุนภัยพิบัติไว้ 50 ล้านบาท หากเกิดความเสียหาย 30 ล้านบาทแรก กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติจะเป็นผู้จ่าย ส่วนเกิน 20 ล้านบาท บริษัทประกันเป็นผู้จ่ายสินไหม” นายจีรพันธ์ กล่าว







