
ผลโพลชี้คนไทยห่วงเสื้อแดงชุมนุมหวั่นเหตุรุนแรง
สวนดุสิตโพลล์เผยผลสำรวจ คนไทย33.85%ห่วงเสื้อแดงชุมนุม12-14มี.ค.หวั่นเกิดความรุนแรง ด้านเอแบคโพลล์พบประชาชน 67.3%รู้สึกเครียดมากจากความขัดแย้งทางการเมือง
สวนดุสิตโพลล์เผยผลสำรวจ คนไทย33.85%ห่วงเสื้อแดงชุมนุม12-14มี.ค.หวั่นเกิดความรุนแรง ด้านเอแบคโพลล์พบประชาชน 67.3%รู้สึกเครียดมากจากความขัดแย้งทางการเมือง
สวนดุสิตโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,376 คน เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ โดยมประชาชน 33.85%รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุมมาก ขณะที่ 41.54% คิดว่าการชุมนุมครั้งนี้จะยืดเยื้อและ 47.14% ไม่อยากให้เกิดการชุมนุมเพราะเกรงว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง
สำหรับวิธีแก้ไขเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ชุมนุมบานปลายหรือยืดเยื้อ ประชาชนส่วนใหญ่ 40.22% เห็นว่า รัฐบาลต้องพยายามป้องกันมือที่ 3 ไม่ให้เข้ามาสร้างสถานการณ์หรือก่อความวุ่นวาย รองลงมา คือ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ต้องใจเย็น อดทน ไม่ใช้กำลังหรืออาวุธแก้ปัญหา และ รัฐบาลต้องเชิญแกนนำเสื้อแดงมาหารือร่วมกันเพื่อหาข้อยุติที่เป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย
นอกจากนี้ประชาชน 47.34% เห็นว่า สื่อมวลชน ควรเกาะติดสถานการณ์ รายงานข่าวด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง รองลงมา คือ ไม่นำเสนอข่าวหรือภาพเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมซ้ำไปซ้ำมาเพราะอาจกระตุ้นให้คนออกไปชุมนุมมากขึ้น และ นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลาง ไม่นำความคิดเห็นส่วนตัวสอดแทรก
ด้านสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ได้ศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดทั่วประเทศจำนวน 1,394ครัวเรือน พบว่า ประชาชน 67.3% รู้สึกเครียดต่อบรรยากาศขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน โดยประชาชนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล 41.2% ไม่สนับสนุนรัฐบาล 54% และไม่อยู่ฝ่ายใด 35.9% รู้สึกเครียดค่อนข้างมาก ถึงเครียดมาก
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ กล่าวว่าจากผลสำรวจครั้งนี้น่าเป็นห่วงและควรเฝ้าระวังกลุ่มคนที่เครียดค่อนข้างมากถึงเครียดมาก ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมร่วมหมู่ที่ใช้ความรุนแรงโดยไม่ฟังเสียงเตือนจากผู้อื่น







