
ร้านถูกใจไม่หวั่นโดนฟ้อง
แจงทำหน้าที่ลดค่าครองชีพ เอกชนตั้งแง่ถูกรัฐแย่งตลาด
แจงทำหน้าที่ลดค่าครองชีพ เอกชนตั้งแง่ถูกรัฐแย่งตลาด
พาณิชย์การันตี ร้านถูกใจไม่แย่งลูกค้าเอกชน 19 เม.ย. ได้ฤกษ์เปิดกรุงเทพฯ ปริมณฑล
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีเอกชนแสดงทีท่าจะยื่นฟ้องกระทรวงพาณิชย์ต่อศาลปกครองให้ระงับการทำโครงการร้านถูกใจและผลิตสินค้าเฮาส์แบรนด์ เพราะกระทบต่อกลไกตลาดนั้น ยืนยันว่าโครงการนี้ไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ผลิตสินค้าขึ้นมาแข่งขันกับเอกชนรายใด เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ฝ่ายเอกชนยังคงทำการค้าได้ปกติ จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย
ในทางกลับกัน โครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชนมากกว่า โดยเฉพาะการช่วยเหลือค่าครองชีพ แต่หากกระทรวงไม่สามารถสร้างแบรนด์ใหม่ได้จริง ก็อาจจะใช้แบรนด์ธงฟ้าแทน
ขณะที่ผลการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพประชาชนนั้น ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในจัดทำกรอบคุณสมบัติเพื่อรับสมัครร้านค้าและผู้ผลิตสินค้าจะเข้าร่วมโครงการ ควบคู่กับการกำหนดรูปแบบร้านค้า ตราสัญลักษณ์ร้านค้า จากนั้นให้ออกประกาศรับสมัครให้ได้สัปดาห์หน้า และเปิดร้านแรกวันที่ 19 เม.ย. เน้นกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน
เบื้องต้นเงื่อนไขร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ กำหนดให้เป็นร้านค้าที่ค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ก่อนแล้ว และต้องมีพื้นที่สำหรับวางขายสินค้าภายใต้โครงการประมาณ 6 ตารางเมตร โดยร้านค้าที่ได้รับการคัดเลือก กระทรวงจะสนับสนุนชั้นวางสินค้า ช่วยตกแต่งร้านค้า และสามารถจำหน่ายสินค้าเดิมของร้านได้ปกติสินค้าที่กำหนดไว้ในโครงการ 20 รายการนั้น อาจมีการเพิ่มเติมรายการให้มากขึ้นกว่านี้ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ของร้านค้าที่เปิดมุมจำหน่าย ส่วนการจ้างงานจำนวน 1,000 คน ให้เข้ามาช่วยดำเนินโครงการ เห็นว่าอาจจะไม่จำเป็นต้องจ้างมากถึงขนาดนั้น จึงเสนอให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนนี้มาเป็นงบประมาณจัดเตรียมสินค้าให้กับร้านค้าถูกใจเหมาะสมกว่า แต่บุคคลที่จะจ้างนั้น ยืนยันว่าจะได้รับเงินเดือนๆ ละ 1.5 หมื่นบาท ตามนโยบายของรัฐบาล หากจบปริญญาตรี
++ด้านงบประมาณที่ใช้เป็นค่าโลจิสติกส์จำนวน 500 ล้านบาท จะเป็นงบที่ช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์ให้กับร้านค้าทั้งหมด ขณะที่งบประชาสัมพันธ์ 100 ล้านบาท เป็นงบที่จะใช้โปรโมตโครงการผ่านทุกสื่อ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และสิ่งพิมพ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภครับรู้และเข้าไปใช้บริการร้านถูกใจ และจะช่วยลดค่าครองชีพได้เร็วขึ้น
ด้านนายอารักษ์ ชลธาร์นนท์รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายเพิ่มอัตราจัดเก็บเงินเข้ากอง ทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากกลุ่มเบนซินมากกว่าลิตรละ 1 บาท เนื่องจากเป็นห่วงจะกระทบกับผู้ใช้น้ำมัน
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า แนวโน้มราคาน้ำมันน่าจะอยู่ในระดับ 110-120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยมีปัจจัยจากเหตุการณ์ในอิหร่านมาเป็นตัวแปร แต่เชื่อว่ากรณีที่จะมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดได้ยาก หรือถ้าเกิดขึ้นจริงจะเป็นระยะเวลาสั้นเท่านั้น ส่วนการปรับโครงสร้างราคาก๊าซที่กระทรวงพลังงานทำอยู่ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนไทยใช้แอลพีจีถูกเกินไป เป็นภาระรัฐถึงปีละ 1 แสนล้านบาท







