
แพรนด้าดันเป้ารายได้เกิน5%
เน้นขายแบรนด์บริษัทเพิ่มมาร์จิน ปีนี้ตั้งงบขยายลงทุน430ล้าน
เน้นขายแบรนด์บริษัทเพิ่มมาร์จิน ปีนี้ตั้งงบขยายลงทุน430ล้าน
PRANDA เล็งเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้จากเดิมหวัง 5% หลัง 2 เดือนแรกเห็นลูกค้ายุโรป-สหรัฐมีกำลังซื้อมากขึ้น บริษัทไม่ขาดทุนค่าเงินหากรัฐประคองแถว 30 บาท
นางสุนันทา เตียสุวรรณ์ ประธานคณะกรรมการกลุ่ม บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ (PRANDA) เปิดเผยว่า บริษัทอาจมีการเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2555 จากเดิมคาดว่าจะโตขึ้น 5% จากปีก่อนที่ทำได้ 4,122 ล้านบาท เนื่องจากเห็นผลจากเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าสหรัฐและยุโรปเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
สำหรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นมาจากการที่วิกฤตทางการเงินยุโรปเริ่มมีการคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น ประกอบกับยังมีผลจากแรงซื้อใหม่กลุ่มลูกค้าเอเชียที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากที่บริษัทมีการรุกด้านค้าปลีกในประเทศเอเชียมากขึ้นด้วย
“เอเชียเศรษฐกิจยังโตดี โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ปีนี้จะเริ่มค้าปลีกภายใต้แบรนด์เครื่องประดับ PRIMA GOLD ขณะที่ประเทศอินเดียจะมีการนำสินค้าใหม่ๆ เข้าไปจำหน่ายเพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าและสร้างแบรนด์ และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนแบรนด์ของบริษัทเป็น 50% ใน 3-4 ปี จากปัจจุบัน 30% เพื่อยอดกำไรสุทธิ” นางสุนันทา กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 80% และในประเทศ 20% โดยในต่างประเทศแบ่งเป็นยุโรป 35% สหรัฐ 30% และเอเชีย 30%
นางสุนันทา กล่าวถึงกรณีค่าเงินบาทว่า บริษัทไม่มีความเป็นห่วงหากค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ เพราะหากค่าเงินผันผวน 10% ขึ้นไปเหมือนปี 2552 บริษัทจะกังวลมาก เพราะค่าเงินที่ผันผวนเร็วเคยทำให้บริษัทได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 150 ล้านบาท
“ปัจจุบันระดับค่าเงินบาทอยู่ที่ 30-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ประกอบกับมีความมั่นใจที่ภาครัฐพยายามประคองค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก็คิดว่าค่าเงินบาทในระดับนี้ไม่กระทบกับบริษัท ส่วนหากค่าเงินอยู่ในระดับที่อ่อนกว่านี้ตามที่รัฐบาลบอก บริษัทก็จะได้รับประโยชน์จากค่าเงินที่อ่อนลง” นางสุนันทา กล่าว
สำหรับเรื่องค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นผลกระทบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพียง 1% แต่หากหักกลบนโยบายลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% จากเดิม 30% ถือว่าบริษัทไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมงบลงทุนปีนี้ไว้ทั้งหมด 430 ล้านบาท แบ่งเป็น 200 ล้านบาท ที่จะเป็นการกู้จากธนาคารพาณิชย์ ใช้สำหรับสร้างอาคารใหม่ ขณะที่ 230 ล้านบาท จะมาจากเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท ที่แบ่งเป็นนำไปใช้สำหรับขยายโรงงานและซื้อเครื่องจักร 80 ล้านบาท และอีก 150 ล้านบาท ใช้ลงทุนในการขยายงานด้านค้าปลีกในประเทศจีน อินโดนีเซีย อินเดีย และเวียดนาม







