
กรุงไทยเพิ่มทุน
กองทุนฟื้นฟูฯยันอภิศักดิ์แจ้งสมาคมแบงก์ค้านใช้บาเซล3
กองทุนฟื้นฟูฯยันอภิศักดิ์แจ้งสมาคมแบงก์ค้านใช้บาเซล3
ธปท.เผยธนาคารกรุงไทยเตรียมเพิ่มทุน รองรับการขยายตัวของธุรกิจและบาเซล 3
นางพวงทิพย์ ปรมาพจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับบริษัทที่กองทุนฟื้นฟูฯ ถือหุ้น ที่ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) และบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท (SAM) เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางธนาคารกรุงไทยได้แจ้งว่าต้องการจะเพิ่มทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ เพราะสินเชื่อปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมาก
นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับหลักเกณฑ์บาเซล 3 ที่กำลังจะประกาศใช้ เพียงแต่ธนาคารยังไม่บอกจำนวนที่ชัดเจนว่าจะเพิ่มเท่าไรและในช่วงเวลาใด คาดว่าคงจะเพิ่มทุนในส่วนของเงินกองทุนขั้นที่ 1 เพื่อความเข็งแกร่งของธนาคาร
“คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นคนนำเสนอในการประชุมครั้งก่อนว่าจะเพิ่มทุนนิดหน่อย เพราะสินเชื่อเพิ่มเยอะ สะท้อนได้จากปีที่ผ่านมากำไรสูงขึ้น เพิ่มเพื่อขยายธุรกิจ และถึงจะเพิ่มทุนแต่ธนาคารยังจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯ น่าจะได้ประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท” นางพวงทิพย์ กล่าว
นางพวงทิพย์ กล่าวว่า ส่วน BAM น่าจะได้ปันผลให้กองทุนฟื้นฟูฯประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท โดยยังทำกำไรได้ดี เนื่องจากบริหารจัดการดีและเตรียมการเข้าตลาดหุ้น ด้านSAMถึงจะไม่จ่ายปันผล เพราะยังมีขาดทุนสะสมอยู่ค่อนข้างมาก แต่ก็นำส่งเงินกำไรจากการบริหารหนี้ตามสิทธิเรียกร้องของกองทุนฟื้นฟูฯอยู่ตลอด โดยปีที่ผ่านมาน่าจะได้เงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูฯประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯจะสะสมเงินเหล่านี้ไว้สำหรับการบริหารจัดการภาระหนี้และดอกเบี้ยของกองทุนฟื้นฟูฯที่รับโอนมาจากคลัง 1.14 ล้านล้านบาท ที่จะเริ่มในปีงบประมาณ 2556 หรือหลังเดือนก.ย.ปีนี้ไป หลังจากคลังตั้งงบประมาณรับภาระให้ถึงเดือนก.ย.ปีนี้แล้ว
ผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูฯ กล่าวว่า สำหรับการออกกฤษฎีกาเพื่อลดเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จากปัจจุบันที่เก็บ 0.4% ของฐานเงินฝาก ให้เหลือ 0.01% และกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์นำส่งเงิน 0.46% มาที่กองทุนฟื้นฟู ตามพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555.แทน ส่วนความคืบหน้าในการชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯกองทุน 3 ล่าสุดธปท.ได้แบ่งกำไรจากบัญชีผลประโยชน์ประจำปีที่ปีนี้ได้ 9,000 กว่าล้านบาทไปตัดชำระเงินต้นบ้างแล้ว 4,000 ล้านบาท
นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เกณฑ์บาเซล 3 เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับธนาคารพาณิชย์ แต่ขณะนี้วิธีปฏิบัติยังซับซ้อนมีรายละเอียดมากกว่าการเพิ่มทุน ซึ่งในหลายข้อก็ยังไม่มีความชัดเจนในวิธีปฏิบัติ เนื่องจากเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นใหม่ โดยผลที่จะเกิดขึ้นกับธนาคารพาณิชย์คือ ต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นและไม่ได้ลดความเสี่ยงในระบบ ขณะนี้มีหลายประเทศรณรงค์ให้ทบทวนการใช้บาเซล 3 เพราะผู้ปฏิบัติยังไม่เข้าใจกฎระเบียบ
“การเพิ่มทุนทำให้ธนาคารมีต้นทุนสูงแน่นอน ซึ่งธนาคารก็ต้องผลักภาระให้ผู้ฝาก ผู้กู้ และผู้ถือหุ้นก็โดนด้วย ผู้ถือหุ้นจะไม่ได้รับผลตอบแทนดีกว่าเดิม หุ้นธนาคารจะขายยาก” นายธวัชชัย กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวว่า ขณะนี้ในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐก็ไม่เห็นด้วยกับการบังคับใช้บาเซล 3 ที่น่าเป็นห่วงคือประเทศขนาดเล็ก เพราะการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่ต้องการแก้ไขไม่เกี่ยวข้องกัน เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเพิ่มทุนเพียงอย่างเดียว แต่จะมีผลในการคำนวณทางบัญชี โดยเฉพาะโครงสร้างสินเชื่อของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน กรณีสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทย ในช่วงแรกดอกเบี้ยเงินกู้จะต่ำแล้วทยอยปรับขึ้นเป็นดอกเบี้ยลอยตัวซึ่งจะมีผลต่องบดุล ขณะที่ประเทศในเอเชียและอาเซียนก็มีการหารือถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ด้านนายมงคล ลีลาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย กล่าวว่า ธนาคารได้ทำเรื่องขอเพิ่มทุนต่อ ธปท. วงเงิน 1,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการร่วมทุนในการหาพันธมิตร และอีกส่วนเป็นการรองรับเกณฑ์บาเซล 3 ซึ่งปัจจุบันกองทุนขั้นที่ 1 (เทียร์ 1) ของธนาคารอยู่ที่ 13% สูงกว่าเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด
ขณะเดียวกันธนาคารมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นในปี 2556 และหากมีพันธมิตรเข้ามาจะทำให้สัดส่วนของกลุ่มไทยประกันชีวิตลดจาก 100% เหลือ 75%







