
วิริยะฯลดวงเงินซื้อประกันน้ำท่วม
วิริยะประกันภัย เผยปี 2555 ซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมต่อเหตุการณ์วงเงิน 500 ล้านบาท ลดลงจากปี 54 ที่ซื้อไว้ 750 ล้านบาท
วิริยะประกันภัย เผยปี 2555 ซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมต่อเหตุการณ์วงเงิน 500 ล้านบาท ลดลงจากปี 54 ที่ซื้อไว้ 750 ล้านบาท
นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทวิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมีต้นทุนการดำเนินงานจากการซื้อประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น เพราะหลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปลายปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทประกันภัยต่อได้คิดค่าเบี้ยประกันภัยประเภทความเสียหายต่อ 1 เหตุการณ์เพิ่มขึ้นเป็น 48 ล้านบาท จากวงเงินความคุ้มครองที่ได้รับ 500 ล้านบาท จากปีก่อนที่จ่ายเบี้ยเพียง 7 ล้านบาท และ ยังได้รับวงเงินความคุ้มครองสูงถึง 750 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปี 2555 บริษัทซื้อความคุ้มครองต่อเหตุการณ์ไว้ที่ 500 ล้านบาท เพราะมั่นใจว่าแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลภายในวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท จะสามารถป้องกันน้ำท่วมหนักได้ ในขณะที่สำนักงานกรุงเทพมหานคร ได้ทำการขุดลอกคลอง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิ.ย.นี้
นอกจากนี้ ปี 2555 บริษัทจะเปิดช่องทางการตลาดใหม่ โดยเพิ่มช่องทางการขายผ่านสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ประเภทจำนำทะเบียนรถยนต์ ซึ่งได้ร่วมกับ ธนาคารทิสโก้ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย และกรุงศรีออโต้ เพื่อคุ้มครองกรณีรถหาย รถถูกไฟไหม้ ทำให้ลูกค้ามีบริษัทประกันเข้าไปรับความเสี่ยงในการชำระหนี้ที่เหลือ ส่วนลูกค้า จะได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ ทางบริษัทจะรับชำระหนี้ให้ รวมถึงกรณีประสบอุบัติเหตุต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 5 วัน ทางบริษัทจะทำการส่งค่างวดให้ 1 งวด
นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า กลางปีนี้บริษัทจะทำการแปรรูปเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) เพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) และเปิดโอกาสให้พนักงานและคู่ค้าได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น แต่บริษัทไม่มีนโยบายนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ผลดีของการแปรรูปเป็นมหาชน ทำให้เข้าสู่ตลาดราชการ และรัฐวิสาหกิจ ได้ โดยปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท มีเงินกองทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท มีสภาพคล่อง 390% ในขณะที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ขั้นต่ำ 100%ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน







