
ลูกค้าขาใหญ่จุกได้เงินเคลมช้า
เหตุประกันต่อสั่งตรวจสอบเข้มคปภ.ยอมรับเงื่อนไขซับซ้อนขึ้น
เหตุประกันต่อสั่งตรวจสอบเข้มคปภ.ยอมรับเงื่อนไขซับซ้อนขึ้น
ประกันภัยหนักใจเคลมลูกค้ารายใหญ่ 2,000 รายปัญหาหนัก เหตุประกันต่อชะลอจ่ายสินไหมล่วงหน้า ขอตรวจสอบทุกรายการ
นายอานนท์ โอภาสพิมลธรรม ผู้อำนวยการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ กล่าวว่า การจ่ายสินไหมทดแทนน้ำท่วมแก่ลูกค้ารายใหญ่ประมาณ 2,000 ราย ที่มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 70% ของความเสียหายทั้งหมด น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศมีการขอดูรายละเอียดและพิสูจน์ความเสียหายอย่างเข้มงวด ทำให้การจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนเข้ามายังบริษัทประกันไทยล่าช้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับสินไหมทดแทนล่าช้าไปด้วย
“สัปดาห์ที่แล้ว บริษัทประกันต่อรายหนึ่งขอชะลอการจ่ายเคลมชั่วคราว เพราะข้อมูลการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไม่พอ ขณะที่เคลมเล็กๆ ก็ขอดูข้อมูลการเคลม จึงคิดว่าเคลมใหญ่ 2,000 ราย น่าจะเจอปัญหาใหญ่” นายอานนท์ กล่าว
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า การประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) มีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนประมาณ 22.23% เนื่องจากบริษัทอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีทุนเอาประกันภัยสูง และมีเงื่อนไขซับซ้อน เครื่องจักรที่เสียหายมีเทคโนโลยีสูง จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะ
ทั้งนี้ ผู้เอาประกันต้องการรอผู้แทนจำหน่ายตรวจสอบคุณภาพของเครื่องจักรและประเมินความเสียหายร่วมกับผู้ประเมินวินาศภัย เครื่องจักรบางเครื่องตกรุ่น ไม่มีอะไหล่ ต้องเทียบราคากับรุ่นที่ใกล้เคียง หรือต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ ปัญหาต่างๆ อันรวมไปถึงแม้กระทั่งคุณภาพของรายงานการประเมินเอง ที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
นายพิชิต เมฆกิตติกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินดิเพ็นเดนท์ คอนซัลแตนท์ บริษัทนายหน้าประกันภัย กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทประกันภัยต่อรายใหญ่แห่งหนึ่ง ได้หยุดการจ่ายค่าสินไหมน้ำท่วมล่วงหน้า ในกรณีที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ 5 หมื่นบาท โดยขอให้บริษัทประกันภัยต้องจัดส่งรายงานการสำรวจภัย และประเมินความเสียหายฉบับสมบูรณ์ และขอตรวจสอบก่อนเท่านั้น จึงจะจ่ายสินไหม จากเดิมเพียงบริษัทประเมินและสำรวจภัย ทำรายงานเบื้องต้นให้ว่าค่าเสียหายเท่าไหร่ ทางบริษัทประกันภัยสามารถเรียกเงินสดจากบริษัทประกันภัยต่อเข้ามาล่วงหน้าเพื่อจ่ายลูกค้าก่อน หลังจากนั้นค่อยทำรายงานฉบับสมบูรณ์ให้ทีหลัง แล้วทำการหักลบกลบหนี้กันไปในวงเงินความคุ้มครองตามสัญญา







