
วิธีการเลี้ยงดูครอบครัวของ เฉลียว อยู่วิทยา กรณีศึกษาสำหรับธุรกิจครอบครัว
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สูญเสียนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียง
โดย...กิติพงศ์ อุรพีพฒนพงศ์
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สูญเสียนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียง คือ คุณเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง หรือ Red Bull ที่ดังไปทั่วโลก
ผมเองไม่ได้รู้จักคุณเฉลียวในฐานะส่วนตัว แต่รับรู้บทบาทท่านในฐานะเจ้าของธุรกิจกระทิงแดง หรือ Red Bull เครื่องดื่มชูกำลังที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยและระดับโลก แต่บทเรียนที่คุณเฉลียวได้สอนลูกๆ ในการทำธุรกิจนั้นเป็นที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของธุรกิจครอบครัว
ผมได้อ่านบทความในกรุงเทพธุรกิจ ที่ คุณสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ลูกสาวได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องที่คุณเฉลียวอบรมเลี้ยงดูลูกหลายเรื่อง เช่น
1.ได้เปิดเทปโอวาท 4 ท่าน เหลียวฝาน (นักปรัชญาจีน) ให้กับบรรดาลูกฟังทุกวัน ซึ่งโอวาท 4 ได้แก่
1.1) การสร้างอนาคต
1.2) วิธีแก้ไขความผิดพลาด
1.3) วิธีสร้างความดี
1.4) ความถ่อมตน
2.นอกจากนี้ คุณเฉลียวยังสอนให้ลูกๆ รู้จักความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ทั้งพ่อแม่ เพื่อน ผู้อาวุโส
3.ท่านยังดำรงชีวิตด้วยความเรียบง่าย แม้จะมีสินทรัพย์กว่า 1.5 แสนล้านบาท และร่ำรวยเป็นอันดับ 205 ของโลก ที่สำคัญคือการบริจาคเงินเพื่อการกุศลและส่วนรวม และการทำโครงการเพื่อสังคม โดยท่านบอกว่าเงินโฆษณาไม่ควรมากกว่าเงินในการทำประโยชน์ และการทำบุญโดยไม่ต้องมีการป่าวประกาศโฆษณา
4.ส่วนความสำเร็จในการทำธุรกิจ คุณเฉลียวให้ความสำคัญเรื่องคน โดย คุณสุทธิรัตน์ ได้บอกว่า หัวใจความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกลับมามองคนรอบตัว มองคนในองค์กรทำงานด้วยความสุข ทำงานด้วยความรัก เป็นครอบครัวเดียวกัน และ
5.โอกาสในการทำธุรกิจในต่างประเทศเกิดจากความจริงใจและการมองการณ์ไกล
การเสียชีวิตของคุณเฉลียวเป็นการสิ้นสุดของผู้บุกเบิกธุรกิจครอบครัวรุ่นที่ 1 ขณะนี้การทำธุรกิจจึงตกอยู่ในมือของบรรดาลูกๆ คุณเฉลียวรุ่นที่ 2 ที่จะต้องดำเนินการสืบทอดต่อไปเพื่อให้เจริญจากรุ่นสู่รุ่นโดยเฉพาะการนำ Red Bull ให้อยู่ในระดับโลกสืบต่อไป
หลักการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ ที่ใช้ปรัชญาจีนโดยเฉพาะโอวาทท่านเหลียวฝาน 4 ข้อ และหลักการทำงาน ไม่ว่าเรื่องคน ความจริงใจ และการมองการณ์ไกล ผมก็เชื่อว่าคุณเฉลียวคงใช้เป็นแนวทางในการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับธุรกิจครอบครัวของท่าน โดยเฉพาะการสร้างอนาคตในการร่วมทุนกับดีทริช มาเตอซิทซ์ นักธุรกิจชาวออสเตรีย ตั้งบริษัท Red Bull Gmbh ที่นำสินค้าไทยไประดับโลก
ที่สำคัญที่ท่านพูดกับลูกๆ ทุกวันว่า
“เราทุกคนเกิดมาจากดิน ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง สุดท้ายก็เป็นเถ้าธุลีไม่มีใครเอาไปได้เลยแม้แต่สิ่งเดียว ท่านจึงเป็นวันนี้”
ข้อคิดเหล่านี้เป็นข้อคิดที่ดี สงสัยผมคงต้องไปหาหนังสือของท่านเหลียวฝาน หรือ CD มาฟังอีกที ความจริงหลักปรัชญาจีนและหลักพระพุทธศาสนามีความสำคัญต่อการสืบทอดธุรกิจครอบครัวอย่างมีนัยสำคัญ
คุณสราวุฒิ ลูกชายอีกคนเคยให้สัมภาษณ์ว่า
แม้ไม่ได้เรียนสูง แต่คุณเฉลียวสนใจเรียนรู้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ หรือกฎหมาย หรือข้อกำหนดในการทำธุรกิจ และการปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป มีสินค้าใหม่ๆ รองรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ผมจึงเชื่อว่าคุณเฉลียวท่านคงเป็นนักอ่านหนังสือตัวยงทีเดียว ซึ่งก็สอดคล้องกับบรรดาชีวประวัติมหาเศรษฐีที่รักการอ่าน และสามารถทำนายอนาคตได้ดังที่ผมเคยเขียนแนะนำหนังสือวิชาเศรษฐีในบทความตอนที่แล้ว
จากบทสัมภาษณ์ลูกของคุณเฉลียวทั้งสองคน ทำให้ผมได้ข้อคิดอีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากเพิ่มเป็นตัว C ที่ 6 นอกเหนือจาก 5C ในบทสุดท้ายของหนังสือวางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัวอย่างยั่งยืนที่ผมเคยเขียนไว้ว่า
C = Corporate Structure (โครงสร้างบริษัท)
C = Compensation (ผลประโยชน์ค่าตอบแทน)
C = Communication (การสื่อสารระหว่างกัน)
C = Conflict Resolution (การระงับข้อพิพาท)
C = Care and Compassion (ความกรุณาและความเอื้ออาทร)
แล้ว C ที่สำคัญอีกตัว คือ Change (ความเปลี่ยนแปลง) ที่สมาชิกในครอบครัวต้องพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งปัจจัยภายในภายนอกที่ผมจะนำมาเขียนในโอกาสต่อไป
ส่วนท่านผู้อ่านอย่าลืมแวะไปหาหนังสือที่ผมแนะนำในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติวันที่ 29 มี.ค. นะครับ (ไม่รู้ว่ามาจบด้วยการแนะนำหนังสืออีกได้อย่างไร)
บทความตอนนี้ ผมจึงขอคารวะคุณเฉลียว อยู่วิทยา ผู้สร้างตำนานธุรกิจไทยในเวทีโลกมหาเศรษฐีของไทย ผู้ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่จากไปอย่างเรียบง่ายอันน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของนักธุรกิจไทยที่ควรศึกษาในอนาคต







