posttoday
ไอซีทีเล็งเช็คบิลผู้เกี่ยวข้องคดียึดทรัพย์

ไอซีทีเล็งเช็คบิลผู้เกี่ยวข้องคดียึดทรัพย์

05 มีนาคม 2553

ไอซีทีประชุมคณะกรรมการสอบสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม ถามหาผู้เกี่ยวข้องคดียึดทรัพย์ทักษิณทุกกรณี ยึดคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นหลัก

ไอซีทีประชุมคณะกรรมการสอบสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม ถามหาผู้เกี่ยวข้องคดียึดทรัพย์ทักษิณทุกกรณี ยึดคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นหลัก

ไอซีทีเล็งเช็คบิลผู้เกี่ยวข้องคดียึดทรัพย์

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแก้สัญญาสัมปทานมือถือและดาวเทียม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการฯ ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มีการมอบหมายงานให้ศึกษาใน 4 เรื่องหลัก เพื่อให้ได้ข้อสรุปทันภายใน 30 วันตามที่ ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ได้ให้อำนาจไว้

ที่ประชุมซึ่งมีตัวแทนจากบริษัททีโอที, บริษัท กสท โทรคมนาคม, ผู้ทรงคุณวุฒิทางการเงิน, อธิบดีกรมอัยการจากจังหวัดนครราชสีมา, นายจีรศักดิ์ พงษ์พิษณุพิจิตร์ ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือซิป้า และตัวแทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำหนดให้สอบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 4 ประเด็นหลัก คือ 1. เรื่องการแปลงส่วนแบ่งสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 2. การลดส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์ระบบเติมเงินเหลือ 20% จาก 25% 3. การเปิดโรมมิ่งสัญญาณของ บริษัท ดีพีซี และ 4. กรณีสัมปทานดาวเทียม ยิงดาวเทียมไทยคม 4 ไอพีสตาร์ เป็นไปตามสัญญาหรือไม่

ทั้งนี้ คณะกรรมการมีหน้าที่หาว่าในเรื่องราวทั้งหมดมีบุคคลใดที่เกี่ยวข้อง ทำให้รัฐเสียหายตามคำพิพากษาศาลฎีกาบ้าง เพื่อนำเสนอ รมว.ไอซีทีพิจารณาดำเนินการต่อไป เพราะตามคำพิพากษาของศาลฎีกา มีผลเฉพาะกับตัวอดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ผลจากคำพิพากษาดังกล่าว กระทรวงไอซีทีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องมาพิจารณาต่อว่า มีผลให้บุคคลที่เกี่ยวข้องใดบ้างต้องร่วมรับผิดชอบ

“คณะอนุกรรมการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือปปช. การไต่สวนเรื่องนี้เช่นกัน แต่เน้นความรับผิดทางอาญาและทางปกครอง กระทรวงไอซีทีจะดูเรื่องทางแพ่ง หรือความเสียหายที่มีต่อรัฐ อันดับแรกจะดูว่าจากคำพิพากษาในเรื่องๆ หนึ่งมีใครเกี่ยวข้องบ้าง” พ.ต.อ.สุชาติ กล่าว

ส่วนกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นมูลค่าเท่าใด จะมีการพิจารณาในครั้งต่อๆ ไป ซึ่งจากนี้คณะกรรมการจะมีการประชุมทุกสัปดาห์เพื่อติดตามความคืบหน้า ไม่ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะทำงานอยู่ที่ใดหรือเกษียณไปแล้ว ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการสอบสวน ถ้ามีส่วนต้องร่วมรับผิดชอบก็ต้องว่าไปตามนั้น

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมามีความพยายามในการสอบสวนเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แต่อาจจะไม่เคยมีใครมาชี้ชัดว่าเป็นเรื่องที่ผิดหรือมีผลเสียหาย แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะศาลได้ตัดสินชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่ผิด ดังนั้นครั้งนี้ถือเป็นการทำตามคำสั่งศาล ทุกอย่างจะยึดตามคำสั่งศาลฎีกาเป็นหลัก ไม่มีเงียบหายไปแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน