
เอชเอสบีซีไม่ทิ้ง สั่งกวาดรายใหญ่
“เอชเอสบีซี” ยันยังปักหลักลงทุนไทย เตรียมลุยธุรกิจรายใหญ่ วาณิชธนกิจเต็มตัวรับกระแสเออีซี หลังขายพอร์ตรายย่อย
“เอชเอสบีซี” ยันยังปักหลักลงทุนไทย เตรียมลุยธุรกิจรายใหญ่ วาณิชธนกิจเต็มตัวรับกระแสเออีซี หลังขายพอร์ตรายย่อย
นายแมตทิว ล็อบเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารจะมีการปรับภาพให้เป็นผู้นำด้านการให้บริการธุรกรรมระหว่างประเทศอย่างเต็มตัว หลังขายธุรกิจรายย่อยออกไปตามนโยบายการปรับโครงสร้างของกรุ๊ป โดยจะหันมาเน้นเติบโตในด้านสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจบริหารเงินและตลาดทุนซึ่งเป็นจุดแข็ง เพื่อดูแลลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย และลูกค้าไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศ
“นโยบายของกรุ๊ปขณะนี้เน้นไปที่การขยายธุรกิจในจีน อินเดีย และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตสูง อย่างไรก็ตาม สำหรับไทยเรายืนยันว่าจะ มีการลงทุนต่อไป แต่จะเน้นไปที่ธุรกิจสินเชื่อขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ เรายังมองว่าไทยมีศักยภาพและจะมีบทบาทสำคัญหลังการเปิดเออีซี” นายล็อบเนอร์ กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ที่ระดับ 5.5% จากการใช้จ่ายของภาครัฐ การส่งออกจะโต 8.2% โดยใน 5 ปีจากนี้เศรษฐกิจไทยจะมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% การค้าไทยระหว่างปี 2555-2569 จะเติบโตขึ้น 160% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก การลงทุนจากต่างชาติจะเพิ่มขึ้นจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
นายล็อบเนอร์ กล่าวว่า แนวโน้มธุรกรรมและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในไทยจะเป็นประโยชน์ต่อธนาคารที่มีความพร้อมด้านระบบและเครือข่าย โดยปีที่ผ่านมาธนาคารได้ออกพันธบัตรระดมทุนสกุลเงินบาทให้กับสถาบันการเงินต่างชาติและบริษัทไทยไปกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกหลังการเปิดเออีซี
เอชเอสบีซีประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกทั้งในสหรัฐและยูโรโซน และต้องติดตามปัจจัยภายใน การแก้ปัญหาอุทกภัยว่าจะสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติได้หรือไม่







