
IVLลั่นไตรมาส1กำไร1,380ล.
2เดือนเข้าเป้ารายได้โต20%
สุดยอด1เดือนแจกกำไร50%โพสต์ทูเดย์
— IVL ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง 1 เดือนแจกกำไรถึง 50% คาดผลงานไตรมาสแรกใกล้เคียงไตรมาส 4 ปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,380 ล้านบาทนายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) ผู้ผลิตโพลีเอสเตอร์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นผู้ผลิต PET รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ให้ข้อมูลนักลงทุนว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมาได้ 2 เดือน พบว่าผลประกอบการของบริษัทน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายทั้งปี ที่คาดว่ารายได้จะเติบโต 20% จากรายได้ 8 หมื่นล้านบาท ในปี 2551 และอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่าปี 2552 ที่ 15.4% โดยปี 2552 หากคิดเทียบจากฐานรวมกิจการแล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,340 ล้านบาท
“
ผลงานไตรมาสแรกนี้เราน่าจะทำได้ใกล้เคียงหรือมากกว่าเล็กน้อยจากไตรมาส 4 ปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,380 ล้านบาท”สาเหตุที่ผลการดำเนินงานเติบโตเนื่องจากกำลังการผลิต PET เพิ่มขึ้น ทั้งสายการผลิตที่สองขนาด 2.2 แสนตันต่อปีของ Alpha Pet ที่แอละแบมา สหรัฐที่เริ่มผลิตไตรมาสแรกปีนี้ และส่วนเพิ่ม 1 แสนตันต่อปี ที่มาจากการดัดแปลงสายการผลิตโพลีเอสเตอร์ของบริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์ (ทุนเท็กซ์เดิม) ที่เริ่มผลิตปลายปี 2552
“
ผมพอใจกับผลประกอบการปี 2552 เป็นอย่างมาก และเป็นการสะท้อนภาพชัดเจนว่ากลยุทธ์การรวมตัวในแนวตั้งประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้มีกำไรสุทธิ 4,824 ล้านบาท หรือ 1.44 บาท เพิ่มขึ้นถึง 81% หลังธุรกิจที่ซื้อมาในปี 2551 ทั้งในประเทศและยุโรปได้เริ่มต้นผลิตสินค้าอย่างเต็มกำลังผลิตภายในไตรมาส 4 ปี 2552”สำหรับการระดมทุนขายนักลงทุนทั้งไปครั้งแรก (ไอพีโอ) ได้เงินมาทั้งหมด 4,000 ล้านบาท บริษัทได้นำไปใช้หนี้ระยะสั้นส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ลดลงเหลือ 1.3 เท่าจาก 1.7 เท่า และมีกระแสเงินสด 2,600 ล้านบาท ไว้เตรียมซื้อกิจการสองกิจการให้แล้วเสร็จปีนี้ และมีเงินเตรียมไว้ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับดำเนินโครงการตามแผนที่วางไว้แล้ว
ด้านหุ้นที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรกเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2552 ที่ผ่านมานั้น แม้ว่าราคาซื้อขายวันแรกปิดที่ 10 บาท จะต่ำกว่าราคาพีโอที่ 10.20 บาท และใช้เวลาย่ำฐานเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นราคาหุ้นเริ่มไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง และล่าสุดวันที่ 4 มี.ค. ราคาขึ้นไปสูงสุดถึง 15 บาท ก่อนย่อมาปิดที่ 14.10 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 4.44% มูลค่าซื้อขายมากถึง 1,176 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากนักลงทุนซื้อหุ้นในวันแรกและถือจนถึงขณะนี้ เพียง 1 เดือนได้รับผลตอบแทนถึง 50% และยังไม่รวมเงินปันผลอีก 0.33 บาท/หุ้นที่จะได้รับในเดือน พ.ค. นี้







