
ผุดท่าเรือใหม่ติดฝั่งตะวันตกแถบเพชรบุรี
“ชัจจ์” ปิ๊งไอเดียผุดท่าเทียบเรือชายฝั่งทะเลตะวันตก หวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจลดต้นทุนของผู้ประกอบการ
“ชัจจ์” ปิ๊งไอเดียผุดท่าเทียบเรือชายฝั่งทะเลตะวันตก หวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจลดต้นทุนของผู้ประกอบการ
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ว่า ขณะนี้ได้มอบนโยบายให้ กทท.ไปศึกษาและวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมในการก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่งตะวันตกว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะเห็นว่า กทท.ควรมีท่าเทียบเรือชายฝั่งตะวันตก เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางทะเล หรือสินค้าจากภาคใต้หากจะต้องขนส่งทางทะเลจะต้องบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์มาทางบกอ้อมจากภาคใต้มายังฝั่งตะวันออกและมาลงสินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง
ทั้งนี้ เห็นว่าการขนส่งสินค้าทางบกทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนค่าขนส่งจำนวนมาก หากมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่ง จะช่วยให้การขนส่งสินค้าจากฝั่งทะเลตะวันตกมายังท่าเรือแหลมฉบังได้ง่ายสะดวกขึ้น
“เชื่อมั่นว่าหากมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่งสำเร็จ จะช่วยให้การท่าเรือเพิ่มศักยภาพการบริการขนถ่ายสินค้าทางทะลมากขึ้น ประกอบกับจะช่วยลดต้นทางโลจิสติกส์ของผู้ประอบการทางภาคใต้ได้ด้วย รวมถึงจะช่วยให้สามารถขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจากฝั่งทะเลตะวันตกและชายฝั่งทะเลตะวันออกไปมาสะดวกมากขึ้นและสามารถขนส่งสินค้าขึ้นไปยังจังหวัดภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี หรือขนส่งสินค้าไปยังจังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดชัยนาทได้อีกด้วย” กล่าว
นอกจากนี้ ได้ให้นโยบายให้กทท.ปรับปรุงการให้บริการท่าเรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของการท่าเรือทั้งท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือเชียงของ ท่าเรือเชียงแสน และท่าเรือระนอง ให้มีความสะดวกสบายและรวดเร็ว รวมทั้งจะต้องเชื่อมต่อเส้นทางการคมนาคมเข้าออกจากท่าเรือเชื่อมต่อกับระบบราง ถนนให้สะดวก โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟกรุงเทพแหลมฉบัง โดยมีความต้องการให้มีการต่อเชื่อมเข้าถึงยังท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งในปัจจุบันขาดรางรถไฟระยะทางกว่า 34 กิโลเมตร เข้าสู่ท่าเรือแหลมฉบัง
ด้านนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า ในฐานะประธานคณะกรรมการ กทท.กล่าวว่า หลังจากนี้ไป กทท.จะศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการในโครงการ หากสามารถดำเนินการได้เชื่อมั่นว่าจะช่วยให้ กทท.เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น
สำหรับพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ประเมินว่ามีความเหมาะสม และมีแนวโน้มเป็นไปได้น่าจะอยู่ช่วงบริเวณมหาชัยลงไปทาง จ.เพชรบุรี และชุมพร เนื่องจากมองว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเลช่วงดังกล่าวหากข้ามฝั่งทางทะเลข้ามฝั่งจะไม่ไกลจากท่าเรือแหลมฉบังมากนัก







