
ลงทุนไทยเริงร่า2เดือนทะลุ1.5แสนล้าน
ยอดลงทุน 2 เดือน เพิ่ม 14% มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท ญี่ปุ่นนำโด่งเช่นเคย
ยอดลงทุน 2 เดือน เพิ่ม 14% มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท ญี่ปุ่นนำโด่งเช่นเคย
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์การลงทุน 2 เดือน (ม.ค.ก.พ. 2555) ว่า มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 277 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.54 แสนล้านบาท เพิ่ม 14.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 242 โครงการ ส่วนมูลค่าเงินลงทุนเพิ่ม 133.3% จากเดิม 6.61 หมื่นล้านบาท
กิจการยื่นมากที่สุดคือ เคมี กระดาษ และพลาสติก มี 54 โครงการ เงินลงทุน 6.4 หมื่นล้านบาท รองมาบริการและสาธารณูป โภค 52 โครงการ 3.2 หมื่นล้านบาท อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้า 57 โครงการ 2.56 หมื่นล้านบาท ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง 57 โครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท เกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร 37 โครงการ 1.14 หมื่นล้านบาท
เฉพาะเดือน ก.พ.เดือนเดียว ลงทุนกระจายครอบคลุมทุกกลุ่มกิจการ และมีกิจการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ถึง 16 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานทดแทน ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งความสนใจของนักลงทุนดังกล่าว
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เดือน ม.ค.ก.พ. มี 188 โครงการ 8.22 หมื่นล้านบาท โครงการเพิ่ม 30.5% จาก 144 โครงการ ขณะที่เงินลงทุนเพิ่ม 91.7% จาก 4.28 หมื่นล้านบาท การขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว และได้ขยายเพิ่ม รวม 114 โครงการ มูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการบริษัทใหม่มี 74 โครงการ มูลค่า 2.67 หมื่นล้านบาท โดยญี่ปุ่นลงทุนมากที่สุด ตามด้วย สหรัฐ และเนเธอร์แลนด์
ขณะที่ผลหารือกับ นายชิเกะโนบุ นากาโมริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิเด็ค คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตมอเตอร์ขนาดเล็กจากญี่ปุ่น ยืนยันลงทุนไทยต่อ แม้โรงงานจะถูกน้ำท่วมหนัก 4 แห่ง จาก 6ขณะนี้อยู่ระหว่างฟื้นฟูโดยเชื่อมั่นในแผนป้องกันน้ำของไทย และกองทุนประกันภัยที่จัดตั้งขึ้นมา แต่ต้องการให้ขยายความคุ้มครองจาก 30 % เป็น 50 % แห่ง เพราะเชื่อมั่นแผนป้องกันน้ำของรัฐ







