posttoday
ซีอีโอดับบลิวพีพีแนะไทย ร่งสร้างแบรนด์ฟื้นเชื่อมั่น

ซีอีโอดับบลิวพีพีแนะไทย ร่งสร้างแบรนด์ฟื้นเชื่อมั่น

14 มีนาคม 2555

“ปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ดีสำหรับกลุ่มดับบลิวพีพี กรุ๊ป ในประเทศไทย แม้จะเพิ่งผ่านสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่มา

“ปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ดีสำหรับกลุ่มดับบลิวพีพี กรุ๊ป ในประเทศไทย แม้จะเพิ่งผ่านสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่มา

แสดงให้เห็นถึงพื้นฐานทางเศรษฐกิจและแบรนด์ที่แข็งแกร่งของประเทศไทย ถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างแบรนด์ของประเทศอย่างบูรณาการ” เซอร์มาร์ติน ซอร์เรล ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ ดับบลิวพีพี กรุ๊ป เครือข่าย กลุ่มบริษัทสื่อสารการตลาดขนาดใหญ่ของโลก กล่าวถึงประเทศไทย

เซอร์มาร์ติน ได้มีโอกาสพบกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ในงานประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ผ่านมา และได้แนะนำถึงการสร้างแบรนด์ประเทศไทยอย่างบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แต่ละกระทรวงต่างคนต่างทำงาน เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทำอย่างหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศทำอย่างหนึ่ง การสร้างแบรนด์ประเทศไทย ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะต้องสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน

ซีอีโอดับบลิวพีพีแนะไทย ร่งสร้างแบรนด์ฟื้นเชื่อมั่น

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในแง่ของอุตสาหกรรมสื่อสารการตลาด โฆษณา แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ละเมืองในภูมิภาคเอเชียต่างแข็งแรงขึ้น การแข่งขันยิ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะเมืองเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการสร้างแบรนด์ประเทศผ่านการจัดงานระดับโลกอย่างโอลิมปิกและเวิลด์ เอ็กซ์โป ได้เป็นอย่างดี สำหรับประเทศไทย เซอร์มาร์ตินแนะนำให้จัดอีเวนต์ระดับโลก อย่างการแข่งขันฟอร์มูลาวัน เป็นต้น

สำหรับผลการดำเนินงานในประเทศไทย เซอร์มาร์ติน กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมากลุ่มดับบลิวพีพี กรุ๊ป ทั่วโลก เติบโต 4% ขณะที่ประเทศไทยเติบโต 5% หรือมียอดขายรวม 130 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 4,000 ล้านบาท จากหลายบริษัทในกลุ่มดับบลิวพีพี กรุ๊ป ในประเทศไทย เช่น โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์, เจดับบลิวที, วายแอนด์อาร์, กรุ๊ปเอ็ม, มายด์แชร์, มีเดีย คอม, แมกซัส, บริษัทวิจัยทีเอ็นเอส หรือบริษัทประชาสัมพันธ์อย่างอาร์ซิแอม เบอร์สัน มาร์สเตลเลอร์ เป็นต้น

 

“ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของดับบลิวพีพี กรุ๊ป ในภูมิภาคนี้ และเห็นอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ที่แสดงให้เห็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งผ่านสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ และปีนี้เชื่อว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มดับบลิวพีพีจะเติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา”

 

สำหรับการเดินทางมาประเทศไทยของเซอร์มาร์ตินในครั้งนี้ ก็เพื่อผลักดันการสื่อสารผ่านนิวมีเดีย ซึ่งเป็นทิศทางหลักของการดำเนินธุรกิจในเครือดับบลิวพีพี โดยการจัดประชุมร่วมกับลูกค้า พนักงาน และเจ้าของสื่อจำนวน 300 คน เพราะเห็นว่าการเติบโตของสื่อใหม่ในประเทศขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่างบประมาณการโฆษณาของสื่อดิจิตอลยังน้อยอยู่มาก ขณะที่รายได้ของกลุ่มดับบลิวพีพีทั่วโลกมาจากสื่อใหม่ถึง 30%

เซอร์มาร์ติน กล่าวว่า การขยายตัวของสื่อใหม่ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 20 ล้านคน จากจำนวนประชากรในประเทศไทยกว่า 65 ล้านคน ผู้ใช้เฟซบุ๊กมีมากกว่า 12 ล้านคน ขณะที่ปริมาณของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีถึง 105% หรือ 1 คนมีมากกว่า 1 เครื่อง ที่สำคัญจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ 10 ล้านเครื่อง และใช้สมาร์ตโฟนกว่า 4 ล้านเครื่อง เพราะฉะนั้นการสื่อสารการตลาดผ่านสื่อใหม่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ทั้งนี้ กลยุทธ์ด้านดิจิตอลของกลุ่มดับบลิวพีพี ประกอบด้วย 1.ลงทุนในดิจิตอลทุกๆ ธุรกิจ ทั้งการฝึกอบรม การสรรหาบุคลากรและการซื้อกิจการ 2.พัฒนาบริการใหม่ๆ นอกเหนือจากการโฆษณาในรูปแบบเดิมๆ 3.การเป็นผู้คิดค้นรูปแบบเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่บริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลนั้นๆ เพื่อให้บริการลูกค้า และ 4.เป็นพันธมิตรกับผู้นำในธุรกิจดิจิตอล ทั้งไมโครซอฟท์ กูเกิล เฟซบุ๊ก แอปเปิล และทวิตเตอร์

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้จากสื่อดิจิตอลของกลุ่มดับบลิวพีพีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2551 มีสัดส่วน 25% ปี 2552 เพิ่มเป็น 27% และปี 2553 เพิ่มเป็น 29% ขณะที่อัตราการเติบโตของธุรกิจดิจิตอลเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก ขณะที่รายได้รวมของกลุ่มเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว ขณะที่อัตราการเติบโตของการใช้สื่อดิจิตอลเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 30% เช่นเดียวกับงบประมาณของลูกค้าที่ใช้กับสื่อนี้

สำหรับประเทศไทย ทิศทางการเติบโตของสื่อดิจิตอลยังคงมีนัยสำคัญ ยิ่งนโยบายรัฐบาลการสนับสนุนให้นักเรียนระดับชั้นประถมใช้แท็บเล็ตเป็นสื่อในการเรียน รวมไปถึงการประมูลการให้บริการระบบ 3จี จะยิ่งช่วยผลักดันอัตราการขยายตัวของสื่อใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดรับกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มดับบลิวพีพี และเชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันอัตราการเติบโตของรายได้ในปีนี้


 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน