
บอร์ด กสทช.เตรียมเคาะ 3 แผนแม่บทหลัก
บอร์ด กสทช.เตรียมเคาะ 3 แผนแม่บท 14 มี.ค.นี้ พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผลงานรายบุคคล
บอร์ด กสทช.เตรียมเคาะ 3 แผนแม่บท 14 มี.ค.นี้ พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผลงานรายบุคคล
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ดชุดใหญ่ ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ จะพิจารณาอนุมัติแผนแม่บททั้ง 3 ฉบับ คือ แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม หลังจากผ่านการรัฟังความเห็นสาธารณะ หรือ ประชาพิจารณ์ แล้ว
สำหรับประเด็นที่บอร์ดจะต้องพิจารณา คือ ระยะเวลาในการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ กสทช.กำหนดไว้ คือ กระจายเสียง 5 ปี โทรทัศน์ 10 ปี ซึ่งความเห็นจากประชาพิจารณ์ส่วนใหญ่เห็นว่าควรลดเหลือเพียง 3-5 ปี เท่านั้น รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีสิทธิ์ใช้คลื่นความถี่ 20% ภายใน 4 ปี ที่ควรจะทยอยจัดสรรออกมาในสัดส่วน 5-10% ก่อน เพราะถือเป็นผลประโยชน์และสิทธิ์ที่ประชาชนควรจะได้ใช้
ทั้งนี้ เมื่อบอร์ดเห็นชอบแล้ว จะนำร่างทั้ง 3 ฉบับขึ้นเว็บไซต์เพื่อชี้แจงเหตุผลที่แก้ไขหรือไม่แก้ไขในประเด็นต่างๆ คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ตามแผนเดิม คือ ภายในเดือน มี.ค.
นอกจากนี้ กสทช.ยังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายใน ตามที่ พ.ร.บ. กสทช. กำหนด โดยเป็นบุคคลภายนอก 5 คน เช่น อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะขึ้นตรงกับ กสทช. และมีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการการทำงานของกสทช.รายบุคคล รวมถึงการใช้งบประมาณต่างๆ ของสำนักงาน กสทช.ด้วย
นายฐากร กล่าวว่า บอร์ดยังจะหารือเรื่องมาตรฐานจริยธรรมในการปฎิบัติงาน โดยจะมีการบังคับใช้ให้เข้มงวดขึ้น หลังโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องโทรศัพท์ไอโฟน ที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส มอบเป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งการกระทำครั้งนี้ไม่ถือว่าผิดกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.เพราะได้รับเพียงเครื่องเดียว และนำมาให้พนักงานจับฉลาก
“แม่การที่เอไอเอสนำมาให้เครื่องดียวนั้นจะไม่ผิดกฎใดๆ แต่ครั้งต่อไต้องระวังมากกว่านี้ เพราะเรื่องจริยธรรมของคนในกสทช.ถือว่ามีความสำคัญ” นายฐากรกล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่ กสทช.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของตัวเองแล้ว ทำให้ทางวุฒิสมาชิกไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการอีก 1 ชุดมาทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกันอีก โดยจะยึดคณะกรรมการของกสทช.เป็นหลัก เพราะเป็นไปตามคำสั่งของกฎหมาย







