posttoday
"ถ้าตามใจผู้ค้าธุจตุจักร" ตลาดนี้จะล่มสลายกลายเป็นสลัมกลางกรุง

"ถ้าตามใจผู้ค้าธุจตุจักร" ตลาดนี้จะล่มสลายกลายเป็นสลัมกลางกรุง

10 มีนาคม 2555

เป็นข่าวครึกโครมไม่น้อย กับการเปลี่ยนมือบริหารตลาดนัดจตุจักร จากกรุงเทพมหานคร

โดย...วงศ์สุภัทร คงสวัสดิ์/นิธิ ท้วมประถม

เป็นข่าวครึกโครมไม่น้อย กับการเปลี่ยนมือบริหารตลาดนัดจตุจักร จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าตลาดนัดจตุจักรเป็นขุมทองของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและมาเฟีย ที่วนเวียนอยู่ในวังวนผลประโยชน์ในตลาดนัดจตุจักร

แน่นอน เมื่อ ร.ฟ.ท.ก้าวเข้ามา “บริหาร” พื้นที่ตลาดนัดจตุจักร แทน กทม. หลังจากที่ กทม.เสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้กับ ร.ฟ.ท.เพียงแค่ 147 ล้านบาท ทำให้ ร.ฟ.ท.ตัดสินใจเดินหน้าเข้ามาบริหารตลาดนัดจตุจักรเสียเอง

ด้วยการประกาศราคาค่าเช่าแผงที่แผงละ 3,175 บาทต่อเดือน และค่าธรรมเนียมอีก 5 หมื่นบาท มีอายุสัญญา 3 ปี และต่อสัญญาได้อีกคราวละ 2 ปี ทำให้เกิดการเปิดศึกระหว่างผู้ค้าบางกลุ่มที่ยังไม่รับราคาค่าเช่าถึงขนาดมีการฟ้องร้องศาลปกครอง จนทำให้สังคมต่างจับตาว่าปัญหาตลาดนัดจตุจักรจะจบอย่างไร และทิศทางการบริหารตลาดนัดจตุจักรในอาณาจักรของ ร.ฟ.ท. ต่อไปจะเป็นอย่างไร

พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแล ร.ฟ.ท.ได้เปิดใจเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ว่า

ได้ให้นโยบาย ร.ฟ.ท.ไป 10 ข้อ สรุปคร่าวๆ คือ ให้คงความเป็นเอกลักษณ์ของตลาดนัดจตุจักร เป็นตลาดนัดซันเดย์มาร์เก็ต หรือวีกเอนด์มาร์เก็ต และต่อไปพัฒนาเป็นตลาดนัดวันธรรมดา โดยเริ่มแรกอาจเริ่มจัดเป็นตลาดนัดธรรมดาสักส่วนหนึ่ง แล้วค่อยขยับขยายเป็นตลาดนัดวันธรรมดาอย่างเป็นรูปแบบเต็มพื้นที่ต่อไป

รวมถึงจะพัฒนาเป็นตลาดยามเย็น ตลาดนัดกลางคืน และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ หรือรมณียสถาน จนเป็นวอล์กกิงสตรีตและเป็นแหล่งสันทนาการของครอบครัว

"ถ้าตามใจผู้ค้าธุจตุจักร" ตลาดนี้จะล่มสลายกลายเป็นสลัมกลางกรุง

“ภายในปีนี้จะได้เห็นการพัฒนาของตลาดนัดจตุจักร ที่จะเปิดให้บริการในช่วงเย็นวันธรรมดา หรือวอล์กกิงสตรีต โดยสินค้าจะเน้นสินค้าที่แสดงถึงความเป็นไทย เป็นสินค้าโอท็อป เพราะจากการสำรวจลูกค้าที่มาเดินตลาดนัดจตุจักร พบว่ามีจำนวนมากถึง 1 แสนกว่าคนต่อวัน และเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 30% ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายเฉลี่ย 1,000 บาทต่อวันต่อคน ขณะที่คนไทยใช้จ่ายอยู่ที่ 300-400 บาทต่อวันต่อคน”

นอกจากนี้ ได้ให้นโยบายการพัฒนาตลาดนัดจตุจักรให้สะอาด สะดวก โดยปรับปรุงถนน บำบัดน้ำเสียก่อนระบายลงคลองบางซื่อ ซึ่ง ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการออกแบบปรับปรุงตลาดนัดให้สวยงามขึ้นด้วย คาดว่าจะได้เห็นในเร็วๆ นี้ ที่สำคัญต้องเพิ่มเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาในแต่ละวันมีปัญหาอาชญากรรมกว่า 20 ราย แต่หลังจากที่ ร.ฟ.ท.เข้ามาดูแลปัญหาอาชญากรรมลดเหลือ 34 รายเท่านั้น ซึ่งก็ต้องเข้มงวดมากขึ้น

และต้องปรับปรุงเรื่องของห้องน้ำ ห้องสุขา ที่ต้องมีมากกว่าปัจจุบัน และต้องติดระบบปรับอากาศให้ด้วย

การจัดการทำสัญญาระหว่าง ร.ฟ.ท.กับผู้ค้ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง

ขณะนี้มีผู้เข้ามาแสดงความจำนงในการจับจองแผงค้าครบกว่า 8,800 แผง ซึ่งเบื้องต้นตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่ผู้ค้าจริง บางคนส่งตัวแทนมาแสดงสิทธิเป็นพันแผง ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะตรวจสอบว่าใครเป็นนอมินีแผงใด คาดว่าจะทราบชัดเจนภายในสิ้นเดือนนี้ว่ามีแผงใดว่างบ้าง ซึ่งแผงที่เหลือจะนำมาเปิดประมูลให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมประมูล เพราะเชื่อว่ายังมีพ่อค้าแม่ค้าอีกหลายคนพร้อมที่จะประมูล โดยราคาประมูลเบื้องต้นก็จะเริ่มที่แผงละ 3,157 บาท

สำหรับปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าคัดค้านการจัดระเบียบครั้งนี้ พล.ต.ท.ชัจจ์ ยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจ เพราะจะว่าไปแล้วพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นพวกทำมาหากินเหมือนกัน แต่กลับมาเอารัดเอาเปรียบ ร.ฟ.ท. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว แต่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน เราเลยไม่อยากให้มีความรุนแรง ส่วนกลุ่มที่ต่อต้าน เชื่อว่ามีกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยว เพราะเท่าที่เห็นคนที่เป็นแกนนำคัดค้านก็เป็นพวกเดียวกับที่ขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีการเมืองและอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล รวมทั้งมีนักการเมืองท้องถิ่นรวมอยู่ด้วย

คาดว่าหลังจากวันที่ 13 มี.ค.ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการทำสัญญาแล้ว ต่อไปร.ฟ.ท.จะเรียกผู้ค้าพูดคุยกันถึงเรื่องการจัดเก็บค่าพัฒนาตลาด (ค่าธรรมเนียม) เพราะยิ่งเก็บเงินค่าพัฒนาตลาดได้ช้า ก็จะไม่เห็นโฉมใหม่ของตลาดนัดจตุจักร อาจจะต้องใช้เวลาในการพูดคุยสักระยะหนึ่ง เพราะการพัฒนาตลาดต้องใช้ทุน ผู้ค้าได้ประโยชน์ค่อนข้างสูง ควรเสียสละเพื่อร.ฟ.ท.บ้าง

“การจัดการตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย ทำให้การพัฒนาตลาดล่าช้าออกไป ซึ่งต้องมีการตั้งกรรมการร่วมกันมาดูเรื่องนี้ คาดว่าภายในปีนี้จะได้ข้อสรุปทั้งหมด หากเราดำเนินการตามคำเรียกร้องของพวกที่มาต่อต้าน แน่นอนว่าตลาดนัดก็จะล่มสลาย สัญลักษณ์ของบ้านเมืองที่บอกว่ามีตลาดนัดใหญ่ที่สุดในโลกก็จะกลายเป็นกองขยะ ไม่น่าเที่ยว เต็มไปด้วยโจรและไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ซึ่งผมยอมไม่ได้”

ในส่วนของสิ่งปลูกสร้างในตลาดนัดจตุจักรจะดำเนินการอย่างไร

เรื่องนี้ ร.ฟ.ท.เกรงว่าจะเกิดความขัดแย้ง ซึ่งต้องรอให้ครบ 6 เดือน ทาง กทม.ก็จะต้องออกไป อย่างไรก็ตาม ร.ฟ.ท.ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะไม่รื้อสิ่งปลูกสร้างในตลาด ขณะเดียวกัน กทม.ก็ไม่ควรเข้ามารื้อ แม้ว่า กทม.ยังไม่สบายใจที่ ร.ฟ.ท.จะเข้าไปบริหารตลาด

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร