posttoday
โรงกลั่นขานรับเพิ่มสำรองน้ำมัน

โรงกลั่นขานรับเพิ่มสำรองน้ำมัน

08 มีนาคม 2555

โรงกลั่นน้ำมันขานรับนโยบายรัฐแจงแนวทางเพิ่มสำรองน้ำมันในประเทศหากปิดช่องแคมฮอร์มุสยันมีใช้อย่างน้อย64วันไม่กระทบ

โรงกลั่นน้ำมันขานรับนโยบายรัฐแจงแนวทางเพิ่มสำรองน้ำมันในประเทศหากปิดช่องแคมฮอร์มุสยันมีใช้อย่างน้อย64วันไม่กระทบ

นายอารักษ์   ชลธาร์นนท์   รมว.พลังงาน  เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารโรงกลั่นน้ำมันเรื่อง การเตรียมพร้อมกับภาวะวิกฤตหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุส ว่า ทางโรงกลั่นน้ำมันให้ความร่วมมือสนับสนุนนโยบายกระทรวงพลังงานในการจัดทำแนวทางการเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศ  โดยยืนยันหากเหตุการณ์เลวร้ายสุดไม่สามารถขนส่งน้ำมันมาไทยได้จะมีน้ำมันสำรองไว้ใช้อย่างน้อย 64 วัน

โรงกลั่นขานรับเพิ่มสำรองน้ำมัน

“ถ้าสถานการณ์ในอิหร่านรุนแรงมากขึ้นและเริ่มส่งผลกระทบมากกว่านี้ กระทรวงพลังงานจะนำมาตรการประหยัดพลังงานออกมาใช้ควบคู่ไปด้วย  ซึ่งมีหลายแนวทาง และอาจได้เห็นการควบคุมการใช้รถยนต์แบ่งเป็นวันคู่หรือวันคี่ก็ได้ แต่เท่าที่ทราบเหตุการณ์ล่าสุดเริ่มไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งหวังว่าจะเริ่มคลี่คลาย”นายอารักษ์กล่าว

ด้านนายสุรงค์   บูลกุล   ประธานเจ้าหน้ที่บริหาร บริษัทไทยออยล์  ในฐานะประธานกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวว่า  จากการหารือร่วมกับโรงกลั่นน้ำมัน ถึงความพร้อมในการจัดเตรียมปริมาณสำรองน้ำมัน ในภาพรวมจะมีน้ำมันใช้ได้อย่างน้อย 64 วัน  เมื่อรวมทั้งการสำรองน้ำมันตามกฎหมายและการเก็บสต๊อกน้ำมันในรูปแบบต่างๆ

ทั้งนี้รูปแบบการสต๊อกน้ำมันประกอบไปด้วย 1.การสำรองน้ำมันตามกฎหมายกำหนดไว้ 18 วัน แต่ในจำนวนดังกล่าวจะมีน้ำมันที่ใช้ได้ทันที 12 วัน  2. ปริมาณน้ำมัน working stock 11 วัน  3.การสำรองน้ำมันสำเร็จรูป  19 วัน  และ 4. ปริมาณน้ำมันที่มีการตกลงสัญญาซื้อขายและอยู่ระหว่างการขนส่งอีก 8.45 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นปริมาณน้ำมัน 13 วัน  ซึ่งโดยรวมคิดเป็นปริมาณสำรอง 55 วัน 

เมื่อพิจารณาจากความสามารถของโรงกลั่นน้ำมันจะสามารถเพิ่มสำรองน้ำมันได้อีก 9 วัน  เป็น 64  วัน โดยจะเพิ่มจากการจัดหาคลังน้ำมัน หรือซ่อมบำรุงถังน้ำมันเดิมที่ยังไม่ได้ใช้งาน คาดการณ์จะเก็บน้ำมันได้เพิ่มอีก4.68 ล้านบาร์เรล หรือประมาณ 7 วัน ส่วนการสำรองน้ำมันที่เพิ่มได้อีก  2 วัน จะมาจากการเพิ่มในส่วน  working stock 

ปัจจุบัน ไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ หรือ UAE ประมาณ 2.75 แสนบาร์เรล/วัน  เทียบกับความต้องการใช้ อยู่ที่ 5 แสนบาร์เรล/วัน   ส่วนแหล่งน้ำมันอื่นๆจะมาจาก แอฟริกาตะวันตก แอฟริกาเหนือ เอเชียกลางและ ออสเตรเลีย ซึ่งจากการประเมินความพร้อมจะไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน

ด้านนายณอคุณ สิทธิพงศ์   ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงมารการประหยัดพลังงาน มีหลายแนวทางที่เตรียมไว้  ทั้งการประหยัดน้ำมันโดยจำกัดความเร็วของรถยนต์ที่วิ่งไม่เกิน 90 กม./ชม.  การห้ามส่งออกน้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศ  การผ่อนผันมาตรฐานน้ำมันที่ใช้ในประเทศ เพื่อให้สามารถใช้น้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศ  และการใช้ประโยชน์จากความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน   ในการจัดหาน้ำมันให้กับประเทศที่ประสบกับการขาดแคลนน้ำมัน   ซึ่งมาตการเหล่านี้จะนำมาใช้เมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำมันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน