
บี้แบงก์ตรวจบัญชีดำถี่ขึ้น
เครดิตบูโรชี้ความเสี่ยงลดลงจ่อขยายข้อมูลเพิ่มอีก3กลุ่ม
เครดิตบูโรชี้ความเสี่ยงลดลงจ่อขยายข้อมูลเพิ่มอีก3กลุ่ม
เครดิตบูโรกระตุ้นแบงก์ทบทวนเครดิตลูกหนี้ ชี้น้ำท่วมเป็นปัจจัยเสี่ยง ทำให้ลูกหนี้มีความสามารถชำระหนี้ลดลง
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีนโยบายที่จะกระตุ้นให้สมาชิกหรือสถาบันการเงินเข้ามาใช้บริการตรวจสอบข้อมูลเครดิตทางการเงินของลูกค้ามากขึ้น เพื่อวิเคราะห์สินเชื่อและทบทวนสินเชื่อใหม่ จากเดิมที่จะขอตรวจสอบสินเชื่อ เพื่อจะพิจารณาให้สินเชื่อใหม่เท่านั้น
นายสุรพล กล่าวว่า สถาบันการเงินต้องตรวจสอบหรือทบทวนประวัติทางการเงินของลูกค้าเป็นประจำ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงมาก ทั้งเศรษฐกิจ ปัญหาน้ำท่วมภาคธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งกระทบกับค่าครองชีพสูงขึ้น อาจทำให้ความสามารถการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง สถาบันการเงินจะได้เตรียมการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ทัน
“ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.นี้ ถือว่าเป็น 100 วันอันตรายที่จะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านทั้งราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูง ค่าเอฟทีไฟฟ้าก็จะปรับเพิ่มขึ้น จะกระทบทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นไปด้วย และต้นทุนของผู้ประกอบการก็สูงขึ้น ซึ่งจะมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง” นายสุรพล กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา สมาชิกเข้ามาตรวจสอบข้อมูลเครดิตเฉลี่ยเดือนละ 8.5 แสนราย จากปีก่อนตรวจสอบเครดิตบูโรประมาณ 8.2 แสนรายต่อเดือน
ในขณะเดียวกันมีบริษัทมีแผนที่จะให้ประชาชน เจ้าของข้อมูล หรือลูกหนี้ มาตรวจสอบประวัติเครคิตบูโรของตัวเองให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีการตรวจสอบประมาณ 3.4 แสนรายต่อปี จากจำนวนบัญชีลูกหนี้ทั้งหมด 22 ล้านราย ซึ่งน้อยมาก โดยตั้งเป้าหมายควรจะมีการตรวจสอบข้อมูลตัวเองอย่างน้อย 5% หรือประมาณ 1 ล้านรายต่อปี
ทั้งนี้ บริษัทจะขยายช่องทางการให้บริการให้ครอบคลุมลูกหนี้ 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเอสเอ็มอี โดยจะตั้งศูนย์บริการที่สวนจตุจักร 2.ลูกจ้างโรงงาน โดยตั้งศูนย์บริการที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร 3.กลุ่มต่างจังหวัด ได้ให้บริการตรวจสอบได้ที่สาขา ธอส.ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ มีแผนที่จะขยายฐานสมาชิกเพิ่มอีก 3 กลุ่ม คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บริษัท ประกันชีวิต และธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ให้สินเชื่อเงินผ่อนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในต่างจังหวัด คาดว่าจะทำให้มีฐานบัญชีลูกหนี้สินเชื่อประมาณ 10% จากที่มีอยู่ประมาณ 22 ล้านบัญชี







