
ครม.กดปุ่มกองทุนประกันภัย
ครม.ไฟเขียวแนวทางการรับประกันภัยพิบัติ คิดเบี้ยประกัน 0.5-1.25%
ครม.ไฟเขียวแนวทางการรับประกันภัยพิบัติ คิดเบี้ยประกัน 0.5-1.25%
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 7 ก.พ. มีมติเห็นชอบแนวทางการรับประกันภัยพิบัติภายใต้พ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ. 2555 ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
การประกันภัยให้ แบ่งความคุ้มครองการผู้เอาประกันภัยเป็น 3 ประเภท ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มแรกบ้านคืออยู่อาศัยวงเงินความคุ้มครองไม่เกิน 1แสนบาท คิดอัตราเบี้ยประกันภัยที่ 0.5% ต่อปีของวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ
กลุ่มที่สอง คือ เอสเอ็มอีที่มีทุนประกันภัย ไม่เกิน 50 ล้านบาท จะจำกัดความรับผิดของกรมธรรม์ภัยพิบัติที่ไม่เกิน 30% ของทุนประกันภัย คิดอัตราเบี้ยประกันภัยที่ 1% ต่อปีของวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ
กลุ่มสุดท้ายคือ ภาค อุตสาหกรรม มีทุนประกันภัยตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจะจำกัดความรับผิดของกรมธรรม์ภัยพิบัติที่ไม่เกิน 30% ของทุนประกันภัย คิดอัตราเบี้ยประกันภัยที่ 1.25% ต่อปีของวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ
สำหรับ เกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนของกรมธรรม์ภัยพิบัติ กรมธรรม์ภัยพิบัติจะครอบคลุมประเภทภัยพิบัติรวม 3 ภัย ได้แก่ น้ำท่วม ลมพายุ และแผ่นดินไหว โดยในส่วนน้ำท่วมนั้นครม. ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรงตามคำแนะนำของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่นเดียวกับกรณีการให้เงินช่วยเหลือพิเศษ จำนวน 5,000 บาทต่อครัวเรือนเมื่อเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในปี 2554 หรือจำนวนค่าสินไหมทดแทนรวมของผู้เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติมากกว่า 5,000 ล้านบาท ต่อหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน 60 วัน โดยมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ซึ่งมูลค่าความเสียหายให้เป็นไปตามข้อมูลที่ได้รายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
ส่วนกรณีแผ่นดินไหว ความรุนแรงของแผ่นดินไหวตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป หรือกลมพายุ ความเร็วของลมพายุตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล
ทั้งนี้การจ่ายค่าสินไหมทดแทน วิธีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน บริษัทประกันภัยจะสำรวจและประเมินความเสียหาย โดยจะจ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติในทุกกรณี
ยกเว้นกรณีอุทกภัยในกลุ่มบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากมีผู้เอาประกันภัยจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการจะพิจารณาที่ระดับน้ำเป็นเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยหากน้ำท่วมพื้นอาคารจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ 30,000 บาท หากระดับน้ำสูง 50 เซ็นติเมตร 75 เซ็นติเมตรและ 100 เซ็นติเมตรจากพื้นอาคารจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ 50,000 บาท 75,000 บาท และ 100,000 บาท ตามลำดับกลุ่มผู้เอาประกันภัย







