
ไอซีทีเตรียมถกคลัง หาวิธีคืนเงิน‘ทีโอที
’โพสต์ทูเดย์ — ไอซีทีเตรียมหารือคลัง ตามหาทรัพย์สินทีโอทีกสทฯ ที่เสียหายจากการแก้ไขสัญญา ขอยืดสรุปความเสียหายส่ง ครม. เศรษฐกิจเป็น 180 วัน
ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อตรวจสอบข้อมูล หลักฐาน เอกสาร ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นของหน่วยงานที่เกี่ยวขัองกับกระทรวงไอซีทีทั้งหมด หลังคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาท
คณะกรรมการชุดดังกล่าว มี พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงและรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธาน โดยประเด็นหลักที่จะต้องพิจารณา คือ เรื่องภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม ที่ ครม.อนุมัติให้หักจากส่วนแบ่งรายได้ที่นำส่ง ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ส่งผลให้ทั้งสองหน่วยงานได้รับความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท
การปรับลดส่วนแบ่งรายได้สำหรับโทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส จาก 25% เหลือ 20% และ การอนุมัติให้บริษัท ไทยคม ยิงดาวเทียมไอพีสตาร์ขึ้นสู่วงโคจรแบบดาวเทียมหลัก ทั้งที่ตามสัญญาต้องเป็นดาวเทียมสำรอง รวมทั้งการคืนเงินประกันค่าสินไหมทดแทนดาวเทียมไทยคม 3 ที่เกิดเหตุขัดข้อง จำนวน 268 ล้านเหรียญสหรัฐ
ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะเข้าหารือกับทางกระทรวงการคลังในเรื่องของภาษีสรรพสามิตที่หักเงินจากรายได้ของทีโอที และกสท โทรคมนาคม ไปเข้าคลังโดยตรง เพื่อดูว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบจำนวนเงินที่หายไปของทีโอทีและกสทฯ ทั้งที่เงินภาษีที่หักไปนั้นก็เป็นเงินที่นำส่งรัฐเหมือนกัน
ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ตั้งขึ้นนั้น จะเตรียมข้อมูลระหว่างรอการยื่นอุทธรณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน โดยจะทำงานควบคู่ไปกับคณะทำงานอีก 2 ชุด คือ คณะทำงานตรวจสอบการแก้ไขสัญญาโทรศัพท์มือถือของทีโอทีและกสทฯ ที่เกิดขึ้นหลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน โดยไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงสัญญาดาวเทียม ซึ่งตั้งขึ้นตามมติ ครม. เศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เดิมไอซีทีจะต้องรายงาน ครม. เศรษฐกิจภายใน 90 วัน สำหรับเรื่องแก้สัญญามือถือและดาวเทียมไทยคม แต่เนื่องจากขณะนี้จะต้องรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดร่วมกันและรอการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ไอซีทีจึงขอยืดระยะเวลาไปอีก 90 วัน รวมเป็น 180 วัน
นอกจากนี้ จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนคณะผู้บริหารใดๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จนกว่าคณะทำงานจะดำเนินการเสร็จ
รายงานข่าวจากกลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น แจ้งว่า บริษัทยืนยันว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดในสัญญาร่วมการงานและยึดถือหลักสุจริตธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และมั่นใจว่าได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องและสามารถชี้แจงถึงที่มา หลักการ และเหตุผลในเรื่องต่างๆ ได้
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นอีก 1 ชุด มาดูเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทีโอที คือ ภาษีสรรพสามิต การแก้สัญญาพรีเพดและโรมมิง บริษัท ดิจิตอล โฟน หรือดีพีซี เพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลส่งให้ไอซีทีภายใน 714 วัน







