posttoday
LHชู3ทำเลเด่นผู้เช่ายาว

LHชู3ทำเลเด่นผู้เช่ายาว

02 มีนาคม 2555

กองอสังหาฯจ่ายผลตอบแทน7%หวังการเมืองนิ่งต่างชาติเข้าพักเพิ่ม

กองอสังหาฯจ่ายผลตอบแทน7%หวังการเมืองนิ่งต่างชาติเข้าพักเพิ่ม

กองทุนอสังหาฯ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ชูลงทุน 3 ทำเลใจกลางเมืองมีผู้เช่า 80-90% คาดผลตอบแทน 7% ต่อปี เปิดขายต้น มี.ค.นี้

นางจันทนา กาญจนาคม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHPF) ขนาด 3,300 ล้านบาท มีจุดเด่นอยู่ที่การกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ 3 โครงการใจกลางเมือง จึงมีความเสี่ยงต่ำมากในการสร้างรายได้ รวมทั้งมีการรับประกันผลตอบแทนถึงสิ้นปี 2558 โดยแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์และผู้ร่วมทุน

นอกจากนี้ กองทุนจะเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ (ฟีโฮลด์) เป็นเจ้าของที่ดินและอาคาร 2 โครงการในย่านสุขุมวิท คือ โครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิททองหล่อ และโครงการพักอาศัยให้เช่า เซ็นเตอร์ พอยต์ เรซิเด้นท์ พร้อมพงษ์ คิดเป็นสัดส่วน 80% ของขนาดกองทุน และ 20% จะลงทุนในสิทธิการเช่า (ลีสต์โฮลด์) อายุ 27 ปี ในโครงการบ้านพักอาศัยให้เช่าแอล แอนด์ เอช วิลล่า สาทร ทำให้ผู้ลงทุนจะได้ประโยชน์จากราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต

นายสิทธิไชย มหาคุณ หัวหน้าสายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน กล่าวว่า กองทุนมีการรับประกันรายได้ถึงปี 2558 จึงคาดว่าผลตอบแทนของกองทุนจะประมาณ 7% ต่อปี เมื่อพิจารณาจากอัตราผู้เข้าพักทั้งสามโครงการ มีผู้เช่าประมาณ 80-90% และมีแนวโน้มปรับค่าเช่าขึ้นต่อเนื่องได้

สำหรับกองทุนนี้คาดว่าจะเสนอขายต้นเดือน มี.ค.นี้ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประมาณเดือน เม.ย. โดยจะเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ติด 1 ใน 10 ในหมวดกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และเป็นอันดับ 2 ของกองทุนที่ลงทุนในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) กล่าวว่า ปีนี้เศรษฐกิจเติบโตดี หากการเมืองนิ่งเชื่อว่าจะทำให้ความต้องการในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีมากขึ้น โดยกลุ่มลูกค้าของโครงการเป็นชาวต่างชาติจากยุโรปและญี่ปุ่นซึ่งเช่าระยะยาว

บริษัทจะเข้าลงทุนกองทุนสัดส่วน 15% และ Governmen Of Singapore Investment Corporation (GIC) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นจะลงทุน 15% โดยบริษัทจะรับรู้รายได้เกินกว่า 50% หรือเกินกว่า 1,500 ล้านบาท จากการขายสินทรัพย์ให้กองทุน

“เงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ให้กองทุนจะไว้ซื้อที่ดิน ซึ่งปีนี้วางงบลงทุนไม่เกิน 6,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็นซื้อที่ 5,000 ล้านบาท และลงทุนโครงการคล้าย Terminal 21 อีก 800 ล้านบาท” นายอดิศร กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน