
ตปท.จ่อซื้อหุ้น3หมื่นล.
ขายอินโดเข้าไทย‘ทิสโก้’เพิ่มพอร์ตกลางมี.ค.พักฐาน
ขายอินโดเข้าไทย‘ทิสโก้’เพิ่มพอร์ตกลางมี.ค.พักฐาน
บล.ทิสโก้ ฝันหวาน คาดเงินต่างชาติรอไหลเข้าหุ้นไทยอีก 1,000 ล้านเหรียญ แนะเพิ่มพอร์ตหุ้นเป็น 50%
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้มีโอกาสกระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีกไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท หลังจาก 2 เดือนแรกไหลเข้ามาแล้ว 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ราว 4.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ สภาพคล่องในตลาดโลกมีมาก รวมทั้งมีการปรับพอร์ตขายหุ้นในตลาดเกิดใหม่ที่มีขนาดเล็กอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อซื้อหุ้นไทย
“ตลาดหุ้นไทยต้องชิงเม็ดเงินกับตลาดเกิดใหม่อย่างอินโดนีเซีย จากสถิติที่ผ่านมาเงินทุนไหลเข้าไทยและอินโดนีเซียสอดคล้องกัน แต่ปี 2554 ที่ผ่านมาเม็ดเงินไหลเข้ากลับมีทิศทางตรงกันข้ามกัน ไหลเข้าอินโดนีเซีย 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไหลออกจากไทย 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะประเทศไทยมีปัญหาภายใน แต่ปีนี้เชื่อว่าจะกลับกัน โดยเม็ดเงินไหลออกจากอินโดนีเซียมาไทยในจำนวนที่เคยไหลเข้าไปในอินโดนีเซีย เพราะตลาดหุ้นอินโดนีเซียขึ้นแรงต่อเนื่องมา 5 ปีแล้ว”
สาเหตุที่ทำให้มีสภาพคล่องในระบบการเงินค่อนข้างมาก เป็นเพราะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากปกติที่มีสภาพคล่องในระบบเพียง 8-9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปอัดฉีดเข้าสู่ระบบ 4 ล้านล้านยูโร รวมทั้งล่าสุด 5.3 แสนล้านยูโร สำหรับธนาคารกลางญี่ปุ่นอัดฉีดเข้ามา 10 ล้านล้านเยน ซึ่งสภาพคล่องเหล่านี้จะไหลเข้าลงทุนในตลาดทุน
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีในการลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากสภาพคล่องสูงและแนวโน้มดอกเบี้ยต่ำ ดังนั้นจึงควรเพิ่มพอร์ตลงทุนในหุ้นเกิน 50% ของพอร์ต และทองคำ 10% ที่เหลือเป็นตราสารหนี้ พันธบัตร และเงินสด โดยมองว่าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสยืนเหนือ 1,200 จุด
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล หัวหน้ากลยุทธ์และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บล.ทิสโก้ กล่าวว่า คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับฐานตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.-ปลายเดือน เม.ย. โดยมองว่าดัชนีจะขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบนี้ที่ 1,180 จุด หลังจากนั้นจะปรับฐานลดลงมา 5% จึงแนะนำให้ทยอยขายทำกำไร และรอซื้อคืนช่วงปลายเดือน เม.ย.
“ตอนนี้มีสัญญาณหลายตัวที่ชี้ว่าดัชนีกำลังจะปรับฐาน เช่น ระดับราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (พี/บีวี) ของตลาดใกล้ระดับ 2.1-2.2 เท่า การถือครองหุ้นของต่างชาติอยู่ในระดับ 35% ใกล้ 36-37% ที่เป็นระดับที่เทขายทำกำไรในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และแรงซื้อของต่างชาติหากถึง 6.5-7 หมื่นล้านบาท จะมีการขายทำกำไรออกมา ล่าสุดซื้อไปแล้ว 5 หมื่นล้านบาท
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นขึ้นมาถึงเป้าหมายแรก 1,150 จุดแล้ว ดังนั้นนักลงทุนจะต้องเพิ่มความระมัดระวัง และติดตามความเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติซึ่งเข้ามาซื้อหุ้นไทยรอบนี้ผ่านเอ็นวีดีอาร์ การลงทุนต่อไปจะผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยน







